อัปเดตข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตรึงดอกเบี้ย ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวน

0
36





อัปเดตข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตรึงดอกเบี้ย ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวน


อัปเดตข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตรึงดอกเบี้ย ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวน

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งแรกของปี 2569 ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความผันผวนสูง โดยดัชนี S&P 500 แตะระดับสูงสุดใหม่ก่อนจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากแรงขายในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ขณะที่ตลาดการเงินยังคงจับตาสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของปีอย่างใกล้ชิด รายงานข่าวนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

Fed คงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50%-3.75%

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปในการประชุมเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Federal Funds Rate) ไว้ที่ระดับ 3.50% ถึง 3.75% ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ หลังจากการปรับลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า การคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ถือเป็นการ “หยุดพัก” เพื่อประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน

Bloomberg รายงานว่า การตัดสินใจของ Fed สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ใน “จุดที่เหมาะสม” (in a good place) ซึ่งเป็นถ้อยแถลงที่ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้กล่าวไว้ในการแถลงข่าว โดยชี้ให้เห็นว่า แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะเริ่มลดลง แต่ตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Fed ยังไม่เร่งรีบในการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นผันผวน จับตาการปรับลดดอกเบี้ยในไตรมาส 2

ปฏิกิริยาของตลาดการเงินต่อการตัดสินใจของ Fed เป็นไปอย่างผสมผสาน โดยเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐฯ CNBC รายงานว่า ดัชนี S&P 500 สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ก็ประสบกับแรงเทขายในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำในช่วงต่อมา ส่งผลให้ดัชนีโดยรวมปรับตัวลดลงเล็กน้อยและเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับแนวโน้มในอนาคต โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ว่า ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ก่อนที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมครั้งถัดไป การคาดการณ์นี้ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีความผันผวนเล็กน้อย ขณะที่ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ภาพรวมธนาคารกลางทั่วโลก และผลกระทบต่อเอเชีย

นอกเหนือจากการประชุมของ Fed แล้ว สำนักข่าว Reuters ยังเน้นย้ำถึงการตัดสินใจของธนาคารกลางขนาดใหญ่แห่งอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งตอกย้ำถึงความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงินทั่วโลก ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% ในเดือนมกราคมเช่นกัน แต่ได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้เกิดการจับตาถึงการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนในอนาคต

ในขณะที่ตลาดเอเชียตอบสนองในเชิงบวก โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่มีรายงานข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะสั้น การตอบสนองที่แตกต่างกันนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ว่าการตัดสินใจของ Fed จะเป็นปัจจัยชี้นำที่สำคัญ แต่ตลาดโลกก็เริ่มมีการตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคในประเทศต่าง ๆ มากขึ้น

สรุปได้ว่า ภาพรวมข่าวสารจากสามสำนักข่าวการเงินยักษ์ใหญ่ชี้ให้เห็นว่า การตัดสินใจของ Fed ในการคงอัตราดอกเบี้ยถือเป็นจุดเริ่มต้นที่รอบคอบสำหรับปี 2569 แต่ตลาดการเงินยังคงอยู่ในช่วงของการปรับตัวและประเมินสัญญาณใหม่ ๆ เพื่อคาดการณ์จังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี.