อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: มติ ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่ง
12 ธันวาคม 2568, กรุงเทพฯ — รายงานจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters
สรุปประเด็นสำคัญ:
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 3.50%–3.75% ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ การตัดสินใจดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย
รายงานข่าวจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่ข้อมูลที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Federal Reserve) ในการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568 โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 จุดพื้นฐาน (Basis Points – bps) นับเป็นการปรับลดครั้งที่สามของปีนี้ และส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐฯ เคลื่อนไหวอยู่ในช่วงเป้าหมายที่ 3.50% ถึง 3.75%
ปฏิกิริยาของตลาดการเงินโลก
ทันทีที่ข่าวการปรับลดอัตราดอกเบี้ยถูกเผยแพร่ออกไป ตลาดการเงินทั่วโลกได้แสดงปฏิกิริยาตอบรับในเชิงบวกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีหลักทั้งสาม ได้แก่ Dow Jones, NASDAQ และ ดัชนี S&P 500 ได้พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี S&P 500 ทำสถิติเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า การตัดสินใจของเฟดครั้งนี้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจเกิดขึ้น และเป็นการยืนยันถึงจุดยืนของเฟดในการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพทางราคาและการจ้างงานสูงสุด
ผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร
ในตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) ได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวที่ลดลง การลดลงของ Bond Yield ถูกมองว่าเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมและเป็นปัจจัยบวกต่อการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยง
รายงานของ Reuters ระบุว่า การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงอย่างรวดเร็วหลังการประกาศของเฟด เป็นสัญญาณว่าตลาดตีความว่าการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินจะดำเนินต่อไปในอนาคต แม้ว่าจะมีเสียงโหวตคัดค้านในการประชุมครั้งนี้จากสมาชิกบางรายของ FOMC ซึ่งกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อาจกลับมา
มุมมองจาก CNBC และนักวิเคราะห์
ด้าน CNBC ได้ให้ความสำคัญกับถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ระบุว่า แม้จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่การตัดสินใจในอนาคตจะยังคงขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ (Data-Dependent) เป็นสำคัญ โดยเน้นย้ำว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่น แต่แรงกดดันจากสงครามการค้าและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันการเงินรายใหญ่ให้ความเห็นว่า การลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวเชิงป้องกัน (Pre-emptive Move) เพื่อให้แน่ใจว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะไม่หยุดชะงัก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากข้อมูลภาคการผลิตที่แสดงสัญญาณชะลอตัวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
การคาดการณ์สำหรับปี 2569
แหล่งข่าวจากทั้งสามสำนักต่างคาดการณ์แนวโน้มสำหรับปี 2569 ไปในทิศทางเดียวกันว่า เฟดน่าจะมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับใหม่นี้ในช่วงต้นปี ก่อนที่จะพิจารณาการปรับลดเพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลังของปี หากข้อมูลเงินเฟ้อยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมและตลาดแรงงานเริ่มแสดงสัญญาณอ่อนตัวลงอย่างชัดเจน
การตัดสินใจ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2568 จึงถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความโล่งใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ตลาดการเงินเข้าสู่ช่วงปลายปีด้วยบรรยากาศที่สดใสและมีความหวังมากขึ้นต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในปีหน้า

















