อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดหั่นดอกเบี้ย 0.25% ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งรับสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย

0
76






อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: เฟดหั่นดอกเบี้ย 0.25% ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งรับสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย


อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดหั่นดอกเบี้ย 0.25% ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งรับสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 3.75% ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงการสิ้นสุดวงจรการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและตลาดการเงินทั่วโลกตอบรับในเชิงบวกทันที

สัญญาณผ่อนคลายจากเฟด: การสิ้นสุดวัฏจักรขึ้นดอกเบี้ย

รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบหลายเดือน เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงในตลาดแรงงานที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง และเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยที่รุนแรงเกินไป การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับ 4.00% ลงมาที่ 3.75% นั้น ถือเป็นการยุติวัฏจักรการใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวที่ดำเนินมาอย่างยาวนานเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้แถลงภายหลังการประชุม โดยมีเนื้อหาที่สำนักข่าว CNBC นำมาเผยแพร่อย่างกว้างขวาง โดยเขากล่าวว่า “ความเสี่ยงในตลาดแรงงานเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยในวันนี้” และยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่เหนือเป้าหมายเล็กน้อย แต่เฟดมองว่าแนวโน้มในระยะข้างหน้าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และความตึงเครียดในภาคการธนาคารก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดหุ้นและตราสารหนี้ตอบรับเชิงบวก

ด้าน Reuters รายงานถึงปฏิกิริยาของตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ที่ดัชนีหลักทั้งสามดัชนี (Dow Jones Industrial Average, S&P 500, และ Nasdaq Composite) ต่างปรับตัวสูงขึ้นอย่างคึกคักหลังจากการประกาศของเฟด นักลงทุนตีความการลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ว่าเป็นการเปิดทางสำหรับการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนและลดต้นทุนทางการเงินให้กับภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ตลาดตราสารหนี้ก็มีการเคลื่อนไหวที่สำคัญเช่นกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนโยกย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง (Risk Assets) มากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความคาดหวังว่าต้นทุนการกู้ยืมจะลดลง อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักบางสกุล เนื่องจากตลาดประเมินว่าการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งนี้ เป็นการปรับนโยบายอย่างมีเหตุผลและรอบคอบ ไม่ใช่การตัดสินใจที่เกิดจากความตื่นตระหนกทางเศรษฐกิจ

มุมมองเศรษฐกิจโลกและอนาคตการลงทุน

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ที่ให้ความเห็นผ่าน Bloomberg และ CNBC ชี้ให้เห็นว่า การตัดสินใจของเฟดจะส่งผลกระทบต่อธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศ G7 และตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามมาเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการเงิน สำหรับภูมิภาคเอเชีย การผ่อนคลายนโยบายของสหรัฐฯ จะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินทุนไหลออก และอาจเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค

บทวิเคราะห์จาก Reuters สรุปว่า แม้ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด แต่ความท้าทายด้านเงินเฟ้อทั่วโลกยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากราคาพลังงานและปัญหาห่วงโซ่อุปทานในบางภาคส่วน ดังนั้น นักลงทุนยังคงต้องติดตามการแถลงการณ์และรายงานเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในระยะกลางต่อไป

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในครั้งนี้ จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการนำไปสู่การสิ้นสุดยุคของดอกเบี้ยสูง และเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปีหน้า

ที่มา: รายงานข่าวและบทวิเคราะห์จาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters