อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: สรุปประเด็นร้อนจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters

0
106






อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: สรุปประเด็นร้อนจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters


อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: สรุปประเด็นร้อนจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters

ตลาดการเงินโลกยังคงเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญในปลายสัปดาห์ ด้วยข่าวสารสำคัญจากสำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ที่เผยแพร่ประเด็นร้อน ตั้งแต่การปรับตัวของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงปัญหาทางเทคนิคในตลาดอนุพันธ์ และคำเตือนด้านเสถียรภาพทางการเงินจากองค์กรระหว่างประเทศ

Bloomberg: รายงานการปรับตัวครั้งใหญ่ของหุ้นกลุ่มเทคฯ ในเอเชีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น (Resilience) อย่างน่าประหลาดใจ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าโลก รายงานระบุว่า ดัชนีหลักในภูมิภาคยังคงรักษาระดับไว้ได้ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า นักลงทุนได้เริ่ม “แยกแยะ” ความเสี่ยง โดยมองข้ามข่าวเชิงลบระยะสั้นเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน และหันไปให้ความสำคัญกับศักยภาพการเติบโตระยะยาวของบริษัทที่มีนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นของบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในไต้หวันและเกาหลีใต้มีการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีการประกาศคำสั่งซื้อขนาดใหญ่จากผู้ผลิต AI ระดับโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “กระแสเงินทุนกำลังไหลไปสู่การเติบโตเชิงโครงสร้าง แม้เศรษฐกิจโลกจะยังคงซบเซา”

(อ้างอิง: Bloomberg)

CNBC: หุ้นสหรัฐฯ ดีดตัว แม้เผชิญปัญหาทางเทคนิคของ CME

ในฝั่งสหรัฐอเมริกา CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นมีการขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายวันทำการ หลังจากที่ตลาดอนุพันธ์สำคัญอย่าง Chicago Mercantile Exchange (CME) ต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราวเนื่องจากปัญหาทางเทคนิคที่ศูนย์ข้อมูล เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนและเทรดเดอร์เกี่ยวกับเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน แต่ตลาดหุ้นหลักกลับสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งข่าวจาก CNBC ระบุว่า การหยุดชะงักของ CME ซึ่งกินเวลาราวหนึ่งชั่วโมง ไม่ได้ส่งผลให้เกิดการเทขายอย่างตื่นตระหนกในวงกว้าง นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การที่ตลาดฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง และการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงส่งสัญญาณถึงนโยบายที่ระมัดระวังในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังการซื้อขายกลับมาเป็นปกติ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มการเงินเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในวันดังกล่าว

(อ้างอิง: CNBC)

Reuters: BIS เตือนความเสี่ยงจาก Hedge Fund ในตลาดพันธบัตร

ขณะเดียวกัน Reuters ได้เผยแพร่รายงานสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินทั่วโลก โดยอ้างอิงคำเตือนจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements – BIS) ซึ่งเป็นองค์กรของธนาคารกลางทั่วโลก BIS ได้ออกโรงเตือนเกี่ยวกับ “การใช้เลเวอเรจที่สูงเกินไป” (Excessive Leverage) ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Funds) ในตลาดพันธบัตรรัฐบาล

รายงานของ Reuters ระบุว่า BIS แสดงความกังวลว่า การพึ่งพาเงินกู้ยืมจำนวนมหาศาลเพื่อลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอาจสร้างความเสี่ยงต่อระบบการเงินโลก หากตลาดเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง หรืออัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คำเตือนนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หลายประเทศยังคงเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ และธนาคารกลางทั่วโลกกำลังพยายามสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

BIS เรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลของประเทศสมาชิกเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและควบคุมกิจกรรมของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมืออนุพันธ์เพื่อเพิ่มผลตอบแทนในการลงทุนพันธบัตร ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสภาพคล่องของตลาดโดยรวมได้

(อ้างอิง: Reuters)

โดยสรุป ข่าวสารจากสำนักข่าวชั้นนำเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกในปลายปี 2568 ยังคงมีความซับซ้อนและเปราะบาง นักลงทุนยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงเชิงระบบที่อาจเกิดขึ้นจากความเปราะบางของตลาดการเงินและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคในการซื้อขาย