อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: การลดดอกเบี้ย Fed และแนวโน้มการเติบโตโลกปี 2025 – รายงานจาก Bloomberg, CNBC, Reuters
วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568
กรุงเทพฯ: รายงานข่าวเศรษฐกิจการเงินล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2569 (2025) ที่ชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
Fed ลดดอกเบี้ย 25 bps: ตลาดตอบรับเชิงบวก
Bloomberg และ CNBC รายงานตรงกันว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยกองทุนรัฐบาลกลาง (Federal Funds Rate) ลง 0.25 เปอร์เซ็นต์ หรือ 25 จุดเบสิส (bps) ในการประชุมเดือนตุลาคม 2568 โดยกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยเป้าหมายอยู่ในช่วง 3.75%–4.00%. การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการจ้างงานและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ท่ามกลางสัญญาณการชะลอตัวบางประการ.
หลังจากการประกาศดังกล่าว ตลาดการเงินทั่วโลกได้แสดงปฏิกิริยาตอบรับในเชิงบวก โดยเฉพาะตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย. นักวิเคราะห์จาก CNBC ชี้ว่า การลดดอกเบี้ยพร้อมกับการบรรลุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน (ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน) ได้สร้างความประหลาดใจเชิงบวกให้กับตลาด. อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดถึงถ้อยแถลงของ Fed ที่ระบุว่าจะประเมินข้อมูลที่กำลังจะเข้ามาและแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรอบคอบก่อนที่จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม.
IMF/World Bank เตือนเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจโลก Reuters ได้นำเสนอรายงานการคาดการณ์ล่าสุดจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่สำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตที่อ่อนแอลงในปี 2569
- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF): IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงเติบโตที่อัตรา 3.2% ในปี 2568 และ 2569. แม้ว่าจะเป็นการเติบโตในระดับเดียวกับปี 2567 แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว. IMF ระบุว่าประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า (Advanced Economies) คาดว่าจะเติบโตเพียงประมาณ 1.5% ในปี 2569.
- ธนาคารโลก (World Bank): ธนาคารโลกได้มีการปรับลดการคาดการณ์การเติบโตลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะอ่อนแอลงเหลือเพียง 2.3% ในปี 2569 ซึ่งเป็นการปรับลดจากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า. ธนาคารโลกคาดหวังว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงปี 2569-2570 เท่านั้น
รายงานของ Reuters ระบุว่า ภาพรวมดังกล่าวเน้นย้ำถึงความท้าทายที่เกิดจากปัญหาหนี้สินโลกและความแตกแยกทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ. การเติบโตที่ช้าลงในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้าและบริการจากประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย
ความเสี่ยงทางการเงินและตลาดเอเชีย
นอกจากนี้ Reuters ยังได้รายงานถึงคำเตือนจากธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements – BIS) ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลธนาคารกลางทั่วโลก เกี่ยวกับความเสี่ยงจากระดับการใช้ประโยชน์จากเงินกู้ (leverage) ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (hedge fund) ในตลาดพันธบัตรรัฐบาล. คำเตือนนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเปราะบางที่อาจซ่อนอยู่ในระบบการเงินโลก ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ได้
สำหรับตลาดเอเชียและไทย นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ให้ความเห็นว่า การลดดอกเบี้ยของ Fed อาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินทุนไหลออกและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่การรับมือกับอุปสงค์การส่งออกที่อ่อนแอลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า
โดยสรุป ภาพรวมจากสำนักข่าวชั้นนำทั้งสามแห่ง ณ ปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของนโยบายการเงินสหรัฐฯ เพื่อประคองเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการคาดการณ์การเติบโตของโลกที่ยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเต็มไปด้วยความระมัดระวังในปี 2569 นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงทางการเงินที่ยังคงมีอยู่


















