อัปเดตข่าวเศรษฐกิจ: บลูมเบิร์ก, CNBC, รอยเตอร์ส
วอลล์สตรีทปิดท้ายปีด้วยปรากฏการณ์ ‘ซานต้า แรลลี่’ ท่ามกลางราคาทองคำที่พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่างบลูมเบิร์ก (Bloomberg), ซีเอ็นบีซี (CNBC) และรอยเตอร์ส (Reuters) ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2568 ที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความท้าทายที่รออยู่ในปี 2569
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ซานต้า แรลลี่ และความผันผวนส่งท้ายปี
รายงานจากบลูมเบิร์กและรอยเตอร์สระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความหวังที่เรียกว่า “ซานต้า แรลลี่” (Santa Rally) ในเดือนธันวาคม 2568 แม้จะมีความผันผวนเข้ามาแทรกบ้างในช่วงสุดท้ายก็ตาม ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นประมาณ 16.2% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสัญญาณของความแข็งแกร่งของตลาดที่ทำให้นักลงทุนหลายรายประหลาดใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่อาจทำให้ตลาดมีความปั่นป่วนก่อนจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุด การที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนตลาดโดยรวมในช่วงนี้.
ราคาทองคำพุ่งทำสถิติใหม่ จากความหวังลดดอกเบี้ยและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำได้กลายเป็นดาวเด่น โดยบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทะลุระดับ 4,383.76 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ และบางช่วงแตะระดับ 4,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ การพุ่งขึ้นของราคาถูกขับเคลื่อนด้วยสองปัจจัยหลัก: ประการแรกคือความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีหน้า และประการที่สองคือความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดทั้งปี 2568 ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปแล้วเกือบ 70% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่แข็งแกร่งในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความซับซ้อน ขณะเดียวกัน รอยเตอร์สรายงานว่าในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ราคาทองคำเคยปรับตัวลงเล็กน้อยจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยที่เริ่มจางลง แต่แรงซื้อก็กลับมาอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนธันวาคม.
สถานการณ์ตลาดน้ำมันดิบ: ทรงตัวท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับตลาดน้ำมันดิบ รอยเตอร์สรายงานว่าราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 ท่ามกลางการประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานจากสถานการณ์ในเวเนซุเอลาและรัสเซีย แม้ว่าในช่วงต้นปีดัชนีความผันผวนของราคาน้ำมันดิบจะพุ่งขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 อันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน แต่ราคาก็คลายตัวลงในช่วงท้ายปี โดยผลสำรวจของรอยเตอร์สคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) โดยเฉลี่ยในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 62.23 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าตลาดมีความคาดหวังถึงเสถียรภาพมากขึ้นในปีหน้า.
นโยบายการเงินของ Fed: ความแตกต่างระหว่างตลาดและความคาดการณ์ของธนาคารกลาง
ประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อทุกตลาดคือทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานจาก CNBC และรอยเตอร์สระบุว่า Fed ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วสามครั้งในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ‘Dot Plot’ หรือการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของ Fed เองนั้นแสดงให้เห็นถึงมุมมองที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม โดยคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายจะอยู่ที่ 3.25% ถึง 3.5% ในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า มุมมองดังกล่าวแตกต่างจากความคาดหวังของตลาดที่คาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยถึง 3-4 ครั้งในปี 2569 ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าตลาดอาจคาดการณ์เกินจริงไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ Fed บางรายก็ยังไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง.
สรุปภาพรวมและแนวโน้มปี 2569
โดยสรุปแล้ว รายงานข่าวจากบลูมเบิร์ก, CNBC และรอยเตอร์ส ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกปิดท้ายปี 2568 ด้วยความยืดหยุ่น (Resilience) ที่น่าประหลาดใจ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของผู้บริหารระดับสูงทั่วโลกที่แสดงออกถึงความคาดหวังเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2569 มากกว่าช่วงใด ๆ ในปี 2568. อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่ ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย และความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจติดอยู่ในภาวะเศรษฐกิจซบเซาแต่มีเงินเฟ้อสูง (Stagflation) ต่อไปอีกหนึ่งปี ดังนั้น นักลงทุนและผู้ประกอบการจึงยังคงต้องติดตามการประกาศนโยบายและข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดในปีหน้า เพื่อวางแผนรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น.

















