อัปเดตข่าว: เฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ย, AI ทุ่มงบศูนย์ข้อมูล, ทองคำพุ่งทำสถิติ
สำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ที่สอดคล้องกันถึงแนวโน้มตลาดโลกในช่วงปลายปี 2568 และการก้าวเข้าสู่ปี 2569 โดยมีสามปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ได้แก่ การผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI และการพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
1. ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนคลาย: การลดดอกเบี้ยที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
รายงานจาก Bloomberg และ Reuters ชี้ว่า ตลาดการเงินโลกได้เข้าสู่ช่วงของการผ่อนคลายนโยบายการเงินแล้ว หลังจากการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 Basis Points (bps) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แม้ว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกนี้จะไม่ได้สร้างความประหลาดใจ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการส่งสัญญาณถึงทิศทางที่ชัดเจนของ Fed ในการเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย เพื่อลดแรงกดดันด้านการกู้ยืมและสนับสนุนสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Fed อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในปี 2569 แม้ว่าอัตราการลดจะช้ากว่าที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ก็ตาม การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยให้ตลาดพันธบัตรระยะสั้นของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยรุนแรงได้ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอื่น ๆ ทั่วโลก รวมถึงธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ก็ได้เริ่มส่งสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายที่คล้ายคลึงกัน
2. วงจร AI ขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่
CNBC และการวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีจากสำนักข่าวชั้นนำระบุว่า “วงจร AI” ยังคงเป็นแรงผลักดันหลักที่สร้างความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Magnificent Seven) ความต้องการในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ได้นำไปสู่การทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ทั่วโลก
มีรายงานว่าบรรดาบริษัท Hyperscalers ได้มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI มากกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และคาดการณ์ระยะยาวจากบริษัทวิจัย McKinsey & Co. ที่อ้างถึงโดย CNBC ชี้ว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั่วโลกอาจสูงถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573 แม้ว่าการลงทุนนี้จะสร้างสถิติใหม่ในการทำข้อตกลงซื้อขายศูนย์ข้อมูล แต่ก็มีสัญญาณเตือนจากนักวิเคราะห์บางส่วนว่าอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิด “ฟองสบู่” ในบางส่วนของตลาดเทคโนโลยีได้เช่นกัน หากการเติบโตของรายได้ไม่สามารถตามทันการใช้จ่ายด้านทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
3. ทองคำพุ่งทำสถิติใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ Reuters รายงานว่า ราคาทองคำยังคงรักษาการวิ่งขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,497.55 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ในช่วงก่อนหน้านี้ การแข็งแกร่งของราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากสถานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าทองคำจะยังคงรักษาระดับราคาที่สูงนี้ไว้ได้จนถึงปี 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนทั้งจากความต้องการในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Hedge) และความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมสำหรับโลหะเงินซึ่งคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ตลาดน้ำมันดิบยังคงมีเสถียรภาพ หลังจากการปรับขึ้นกว่า 2% ในช่วงก่อนหน้า โดยราคายังคงถูกถ่วงดุลระหว่างความเสี่ยงด้านอุปทานจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและรัสเซีย กับความกังวลด้านอุปสงค์ที่อาจชะลอตัวลงเล็กน้อยตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป (Moderate Gains) ในปี 2569 แต่การเติบโตอาจจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ขึ้นอยู่กับทิศทางนโยบายการเงินและการลงทุนในภาคเทคโนโลยี



















