อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ทั่วโลกจับตา ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ย ดัน ‘บาทแข็ง’ ทะลุ 31 บาท/ดอลลาร์
กรุงเทพมหานคร, 29 ธันวาคม 2568 – ตลาดการเงินโลกปิดท้ายปีด้วยความผันผวนแต่มีทิศทางที่สดใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่สำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้รายงานและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 นี้. แรงขับเคลื่อนดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนและอัตราแลกเปลี่ยนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าขึ้นอย่างโดดเด่น.
สัญญาณจาก Fed ดัน S&P 500 ปิดทำสถิติใหม่
รายงานจาก CNBC และ Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ตอบรับเชิงบวกต่อความคาดหวังที่ว่า Fed จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 โดยดัชนี S&P 500 สามารถปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งในการซื้อขายช่วงปลายเดือน. อย่างไรก็ตาม ดัชนี Dow Jones ปิดตัวลดลงเล็กน้อย 74.37 จุด หลังจากการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed. นักลงทุนมองว่าการลดดอกเบี้ยเป็นสัญญาณของการผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2569.
ทางด้านตลาดตราสารหนี้ Reuters รายงานว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้กลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง โดยทดสอบในระดับ 4.20% ส่งผลให้การแข็งค่าของเงินสกุลต่าง ๆ รวมถึงเงินบาท ชะลอตัวลงเล็กน้อย แม้ว่าจะมีแรงหนุนจากความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยของ Fed ก็ตาม.
เงินบาทแข็งค่าทะลุ 31 บาท/ดอลลาร์ จากแรงเก็งกำไรและการท่องเที่ยว
สำหรับประเทศไทย Reuters รายงานว่า ค่าเงินบาทไทยมีการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทได้ทะลุระดับสำคัญที่ 31.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในการซื้อขายช่วงเช้า และทำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบหลายปี. การแข็งค่าของเงินบาทครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากสองปัจจัยหลัก:
- การเก็งกำไรการลดดอกเบี้ยของ Fed: นักลงทุนต่างชาติได้เข้าซื้อสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย เนื่องจากคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะลดลง ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้า.
- การไหลเข้าของเงินทุนจากภาคการท่องเที่ยว: การท่องเที่ยวตามฤดูกาลในช่วงวันหยุดยาวส่งผลให้มีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง.
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันนี้ (29 ธันวาคม 2568) ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.90 บาทต่อดอลลาร์ แต่ยังคงอยู่ในทิศทางที่ได้รับแรงสนับสนุนจากความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของ Fed ในการประชุม FOMC เดือนธันวาคม.
ตลาดหุ้นไทย (SET) เผชิญแรงกดดันและจับตา กนง.
ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) รายงานจาก Bloomberg และ CNBC ระบุว่า ดัชนี SET ปิดตัวลดลง 5.52 จุด ในช่วงก่อนวันหยุดยาวปลายปี โดยมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง. แรงกดดันหลักมาจากหุ้นรายตัวขนาดใหญ่อย่าง DELTA และ THAI.
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังคงจับตาการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างใกล้ชิด. นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธปท. อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจาก 2.50% เหลือ 1.25% ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งจะเป็นการปรับลดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าสองทศวรรษ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ. การคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่อาจมีผลประกอบการที่อ่อนแอลง.
สรุปและแนวโน้ม
โดยสรุปแล้ว ข่าวสารจากสำนักข่าวชั้นนำของโลกชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน โดยมี Fed เป็นผู้นำ ซึ่งเป็นผลดีต่อการแข็งค่าของเงินบาทและสร้างความคึกคักในตลาดหุ้นสหรัฐฯ. สำหรับประเทศไทย แม้ว่าตลาดหุ้นจะยังคงเผชิญกับแรงกดดันภายใน แต่ความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยของ ธปท. และการไหลเข้าของเงินทุนจากการท่องเที่ยว ทำให้ทิศทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีปัจจัยบวกสนับสนุนเข้าสู่ปีใหม่.
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Bloomberg, CNBC, Reuters (ผ่านการวิเคราะห์จากแหล่งข่าวและบทวิเคราะห์ในประเทศ)


















