อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณ “อดทน” ต่อการลดดอกเบี้ย ท่ามกลางตลาดผันผวน

0
60





อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณ “อดทน” ต่อการลดดอกเบี้ย ท่ามกลางตลาดผันผวน


อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณ “อดทน” ต่อการลดดอกเบี้ย ท่ามกลางตลาดผันผวน

รายงานโดย: รวบรวมจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมในการประชุมครั้งล่าสุด พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนถึงความจำเป็นในการใช้ “ความอดทน” ในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ว่า ตลาดการเงินทั่วโลกตอบสนองต่อท่าทีที่ระมัดระวังของ Fed ด้วยความผันผวน โดยเฉพาะการปรับตัวขึ้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการปรับลดความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของนักลงทุน

จุดยืนของ Fed: การต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังไม่สิ้นสุด

การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) เป็นไปตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษคือถ้อยแถลงของประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ และรายงานการประชุม ซึ่งสะท้อนความกังวลที่ยังคงมีต่อตัวเลขเงินเฟ้อที่แม้จะชะลอตัวลง แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ร้อยละ 2 อย่างยั่งยืน รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ Fed ยังคงแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย โดยบางส่วนมองว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อลดลงเพียงพอแล้ว ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งต้องการเห็นข้อมูลเศรษฐกิจที่ยืนยันความคืบหน้ามากกว่านี้

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยใดๆ ในอนาคตจะต้อง “ปรับจูนอย่างละเอียด” (finely tuned) ตามข้อมูลที่เข้ามา ทั้งในส่วนของเป้าหมายการจ้างงานเต็มที่และเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยนายพาวเวลล์เน้นย้ำว่า นโยบายการเงินในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เป็นกลาง (neutral) ซึ่งไม่กระตุ้นและไม่ยับยั้งการลงทุนและการใช้จ่าย ความเห็นดังกล่าวมีส่วนทำให้นักลงทุนต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ และลดการเดิมพันในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบเชิงรุกที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อช่วงต้นปี

ปฏิกิริยาของตลาดการเงินโลก

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทแสดงปฏิกิริยาที่ซับซ้อนต่อการแถลงการณ์ของ Fed โดยดัชนีหลักๆ มีการเคลื่อนไหวที่ผันผวน โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ที่ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด อย่างไรก็ตาม CNBC ชี้ว่า การที่ Fed ส่งสัญญาณ “อดทน” ทำให้ความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยลง ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มขายทำกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury yields) ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากความต้องการในพันธบัตรลดลงตามการลดลงของความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว

ด้านตลาดปริวรรตเงินตรา (FX Market) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ทั่วโลก โดย Bloomberg รายงานว่า การที่ Fed ไม่รีบเร่งในการลดดอกเบี้ย ทำให้ผลตอบแทนที่แท้จริง (real yield) ของสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ยังคงน่าดึงดูดใจ ทำให้นักลงทุนปรับลดการเดิมพันในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น ส่วนตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำมีการปรับตัวลงเล็กน้อยเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นกดดันราคา ในขณะที่ราคาน้ำมันยังคงได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่ไปกับอุปสงค์และอุปทานของตลาด

แนวโน้มและมุมมองของนักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำที่ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg และ CNBC มีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า Fed ได้เลือกเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน นั่นคือการรอข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้ แม้ว่ารายงานเงินเฟ้อของผู้บริโภคจะแตะระดับต่ำสุดในรอบสองปี แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า Fed จะยังคงต้องการเห็นความก้าวหน้าในตลาดแรงงานและการเติบโตของค่าจ้างก่อนที่จะดำเนินการใดๆ อย่างเป็นรูปธรรม

โดยสรุปแล้ว ข้อความหลักที่ส่งออกมาจาก Fed และถูกรายงานโดย Bloomberg, CNBC, และ Reuters คือ “ความระมัดระวัง” และ “การพึ่งพาข้อมูล” (data-dependent) ซึ่งหมายความว่า ตลาดการเงินโลกยังคงต้องจับตาดูตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะถูกนำมาเป็นเครื่องชี้วัดสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ในช่วงไตรมาสถัดไป ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดทุนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้