อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ จ่อหั่นดอกเบี้ย สัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัว ดันตลาดทองคำพุ่ง
กรุงเทพฯ – 7 ธันวาคม 2568
สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่มีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ หลังตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญชะลอตัวลงเกินคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความผันผวนและรอคอยอย่างใกล้ชิด
สัญญาณผ่อนคลายจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ
รายงานจาก CNBC และ Reuters ระบุว่า ความคาดหวังของตลาดต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3.2% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการชะลอตัวที่มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation Rate) ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ Fed ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ได้ลดลงมาอยู่ที่ 2.8% ตัวเลขดังกล่าวเป็นหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนมุมมองที่ว่า การต่อสู้กับเงินเฟ้อของ Fed กำลังประสบความสำเร็จ และเปิดโอกาสให้มีการผ่อนคลายนโยบายการเงินได้เร็วขึ้นในช่วงปลายปี 2568.
นักวิเคราะห์จาก DoubleLine Capital ให้ความเห็นผ่าน CNBC ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน (0.25%) ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้. ข้อมูลจาก CME Group ซึ่งรวบรวมโดย Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า ตลาดมีการประเมินโอกาสที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมสูงถึง 85% เพิ่มขึ้นอย่างมากจากสัปดาห์ก่อนหน้า.
ตลาดตอบรับอย่างผันผวน: ทองคำพุ่ง หุ้นสหรัฐฯ ชะลอตัว
Bloomberg รายงานว่า การคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยราคาทองคำได้พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์. นักลงทุนมองว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินจะลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย.
ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับแสดงท่าทีที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะหลังมีการเปิดเผยข้อมูลตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งเกินคาด. Reuters วิเคราะห์ว่า แม้สัญญาณเงินเฟ้อจะดีขึ้น แต่ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานได้ลดทอนความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดดอกเบี้ยลงเล็กน้อย ซึ่งนำไปสู่ความผันผวนในดัชนีหุ้นหลัก ๆ. ดัชนีหลักทรัพย์ทั่วโลก (Global Equities Index) มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยเช่นกัน เนื่องจากความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่รวดเร็วเริ่มจางหายไปในช่วงสั้น ๆ ก่อนการประชุม Fed.
ความเห็นต่างภายใน Fed และมุมมองระดับโลก
รายงานเชิงลึกจาก Bloomberg และ Reuters เน้นย้ำว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับขนาดและความเร็วของการลดดอกเบี้ย. สมาชิกบางส่วนยังคงแสดงความกังวลว่า การลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งได้. อย่างไรก็ตาม ภาษาสื่อสารของ Fed หลังการประชุมก่อนหน้าได้ถูกวิจารณ์ว่ายังคงมีความระมัดระวังเกินไป แม้จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วในช่วงก่อนหน้า.
ในภาพรวมระดับโลก Reuters ชี้ว่า หลายธนาคารกลางสำคัญของโลกก็กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่คล้ายคลึงกันในการพิจารณาการผ่อนคลายนโยบายการเงิน. การตัดสินใจของ Fed ในเดือนธันวาคมจึงไม่เพียงแต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของเงินทุนไหลเข้าออกในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทยด้วย. นักวิเคราะห์มองว่า การตัดสินใจของ Fed จะเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดถึงการเข้าสู่ “วงจรการผ่อนคลายนโยบาย” (easing cycle) ครั้งใหม่ในปี 2569.
การติดตามผลการประชุม Fed ในสัปดาห์หน้าจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกไม่สามารถละเลยได้ เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวและตลอดปีถัดไป.

















