สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หั่นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ดันตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่ง คาดการณ์ปี 2026 ยังมีการปรับลด

0
52






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดหั่นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ดันตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่ง คาดการณ์ปี 2026 ยังมีการปรับลด


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หั่นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ดันตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่ง คาดการณ์ปี 2026 ยังมีการปรับลด

คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลง 0.25% ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2025 ซึ่งเป็นการปรับลดติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วง 3.5%–3.75% การตัดสินใจครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ซึ่งได้นำเสนอการวิเคราะห์และปฏิกิริยาของตลาดในมุมมองที่แตกต่างกัน โดยมีเนื้อหาสำคัญที่บ่งชี้ถึงทิศทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้น

CNBC: ตลาดหุ้นพุ่งรับข่าวดี – ประธานเฟดปัดแนวคิดขึ้นดอกเบี้ย

รายงานจาก CNBC เน้นย้ำถึงปฏิกิริยาเชิงบวกและรุนแรงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยดัชนีหลักทั้งหมดปิดตัวสูงขึ้นอย่างมากทันทีหลังการประกาศผลการประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้อยแถลงของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่น่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้นี้ ได้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุน และเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดมีการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแตกต่างจากปฏิกิริยาในหลายๆ ครั้งก่อนหน้าที่ตลาดมักจะมีความผันผวนสูงหลังการประชุม การสื่อสารที่ผ่อนคลายลงของเฟดในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นชัยชนะทางจิตวิทยาสำหรับตลาดการเงิน

Bloomberg: วิเคราะห์เชิงลึกจาก “Dot Plot” และการคาดการณ์ระยะยาว

Bloomberg ได้นำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในรายงานการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของกรรมการเฟด หรือที่เรียกว่า “Dot Plot” การวิเคราะห์เผยให้เห็นว่า ในกลุ่มกรรมการเฟดมีการคาดการณ์ที่หลากหลายสำหรับปี 2026 โดยบางส่วนคาดว่าจะไม่มีการลดดอกเบี้ยเลย, บางส่วนคาดว่าจะลดหนึ่งครั้ง, และอีกกลุ่มคาดว่าจะลดถึงสองครั้ง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมระยะยาวตามที่ Bloomberg รายงานคือ อัตราดอกเบี้ยของกองทุนรัฐบาลกลาง (Fed Funds) มีแนวโน้มที่จะลดลงสู่ระดับต่ำ 3% ภายในปี 2027 นอกจากนี้ Bloomberg Television ยังได้นำเสนอการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญทันทีหลังการประกาศ เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกแก่นักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป

Reuters: ความเห็นที่แตกต่างในคณะกรรมการ และผลกระทบต่อเอเชีย

สำนักข่าว Reuters ให้มุมมองที่เจาะลึกถึงเบื้องหลังการตัดสินใจ โดยอ้างถึงรายงานการประชุม (Minutes) ที่เผยให้เห็นว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม 2025 เกิดขึ้นหลังจากการถกเถียงที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก (deeply nuanced debate) ภายในคณะกรรมการเฟด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญอยู่ อย่างไรก็ตาม เหตุผลหลักในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยคือภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มเย็นตัวลงจากจุดสูงสุดในปี 2022 และตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนตัวลง ในมิติของผลกระทบต่อตลาดโลก Reuters ยังได้รายงานถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเก็งกำไรเรื่องการลดดอกเบี้ยของเฟดได้ส่งผลให้ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Stocks) ในอินเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

ผลกระทบต่อประเทศไทยและทิศทางในอนาคต

การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม สะท้อนถึงการสิ้นสุดของวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น และเป็นการส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินที่ชัดเจน สำหรับประเทศไทยและตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การตัดสินใจของเฟดครั้งนี้ถือเป็นปัจจัยบวก เนื่องจากจะช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท ลดต้นทุนการกู้ยืมในตลาดโลก และกระตุ้นให้เกิดการไหลกลับของเงินทุน (Capital Inflow) เข้าสู่ภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงเตือนให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลตลาดแรงงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อประเมินว่าเฟดจะดำเนินนโยบายในเชิงผ่อนคลายต่อไปตามที่ตลาดคาดหวังได้หรือไม่

อ้างอิงข้อมูลจากรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters (ธันวาคม 2025).