News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
126

News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

เจาะลึกสถานการณ์โลก: เฟดคงดอกเบี้ย, หุ้น AI พุ่งทะยาน, และศึกการค้าโลกครั้งใหม่

วันที่ 16 มกราคม 2569


รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่ข้อมูลสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 โดยมีประเด็นหลักที่น่าจับตาได้แก่ การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ทิศทางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงความคืบหน้าและความตึงเครียดของการเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ

Bloomberg: เฟดส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย, คาดปรับลดลงเล็กน้อยในปี 2569

ตามรายงานของ Bloomberg News ระบุว่า ตลาดการเงินโลกยังคงเผชิญกับภาวะที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศหลักๆ มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ส่งสัญญาณที่เป็นเอกภาพ โดยมีแนวโน้มที่จะ “คง” อัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมนโยบายการเงินเดือนมกราคมนี้ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จะเริ่มชะลอตัวลงในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ตลาดส่วนใหญ่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนมกราคมออกไปแล้ว

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Economics ประเมินว่า แนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับนโยบายของ Fed ในปี 2569 คือการทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากกรอบปัจจุบันที่ 3.50% – 3.75% ให้เข้าใกล้ระดับ 3% ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงคัดค้านจากคณะกรรมการบางท่านที่ให้เหตุผลว่า การปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจไม่จำเป็น เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่นและการเติบโตยังคงดำเนินต่อไป การคาดการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ภาวะทางการเงินโลกจะผ่อนคลายลง แต่ความระมัดระวังเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน

CNBC: หุ้น AI จุดพลุตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งทำนิวไฮ

ด้าน CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้รับแรงหนุนมหาศาลจากกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยดัชนี S&P 500 ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเติบโตของกลุ่ม AI และเทคโนโลยี การลงทุนที่หลั่งไหลเข้าสู่ปัญญาประดิษฐ์ได้ผลักดันให้ดัชนีหลักๆ ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น Nvidia

ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์จาก Counterpoint Research ได้ให้ข้อมูลกับ CNBC ว่า ความต้องการเทคโนโลยี AI ยังคงแข็งแกร่งอย่างมาก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุปสงค์ชิปในอุตสาหกรรมเซิร์ฟเวอร์โดยรวม นอกจากนี้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ยังเป็นจุดประกายให้เกิดการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาด การที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญยังขยายไปถึงบริษัทไอทีในอินเดีย ซึ่ง CNBC ระบุว่า AI กำลังเข้ามาแทนที่การดำเนินงานหลักของบริษัทเหล่านี้อย่างรวดเร็ว แนวโน้มนี้ตอกย้ำว่าภาคเทคโนโลยียังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในตลาดหุ้นโลก และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนอย่างไม่หยุดยั้ง

Reuters: การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน และดีลชิปไต้หวัน

สำหรับประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ Reuters รายงานความเคลื่อนไหวที่สำคัญหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กลับมาดำเนินการอีกครั้งในกรุงลอนดอน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่าความตึงเครียดได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง จากการที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงการขู่จะเรียกเก็บภาษีใหม่ ซึ่งทำให้การสงบศึกชั่วคราวระหว่างสองประเทศสิ้นสุดลง

แม้จะมีความตึงเครียดด้านภาษี จีนกลับรายงานว่าสามารถทำสถิติเกินดุลการค้าโลกได้ในระดับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของจีนในการรักษาการค้ากับทั่วโลก แม้ว่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะถูกจำกัด ขณะเดียวกัน Reuters ยังรายงานถึงความคืบหน้าเชิงบวกในเอเชีย โดยสหรัฐฯ และไต้หวันได้บรรลุข้อตกลงเพื่อลดภาษีและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมชิป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยี AI ข้อตกลงนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ในการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงทั่วโลก

สรุปภาพรวม

โดยสรุป รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกในช่วงต้นปี 2569 กำลังขับเคลื่อนด้วยแรงผลักดันที่ซับซ้อน ทั้งจากความระมัดระวังในนโยบายการเงินของ Fed ที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อนการปรับลดในภายหลัง การเติบโตอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และภูมิทัศน์ทางการค้าโลกที่ยังคงผันผวนระหว่างการเจรจาที่ตึงเครียดและการบรรลุข้อตกลงเพื่อส่งเสริมการลงทุนในภาคส่วนสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกในไตรมาสแรกของปีอย่างมีนัยสำคัญ


รายงานโดย: ทีมข่าวการเงินโลก (รวบรวมข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC, Reuters)