News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
110

รายงานด่วน: สรุปข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

(อัพเดทวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569)

วอชิงตัน/แฟรงก์เฟิร์ต/นิวยอร์ก – ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่สัปดาห์ที่เต็มไปด้วยความผันผวน หลังจากที่สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของธนาคารกลางหลัก และข้อมูลเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งเกินคาด และการส่งสัญญาณที่ ‘ไม่รีบร้อน’ ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในสัปดาห์นี้ [synthesized]

ตลาดแรงงานสหรัฐฯ แกร่งเกินคาด: สัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ยของ Fed

รายงานจาก Bloomberg และ CNBC ชี้ตรงกันว่า ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 350,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 185,000 ตำแหน่งอย่างมาก ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงทรงตัวในระดับต่ำที่ 3.7% [synthesized]

ตัวเลขดังกล่าวได้ตอกย้ำถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับมุมมองใหม่เกี่ยวกับจังหวะเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานของ Reuters ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สได้ลดความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไตรมาสที่สองลงอย่างเห็นได้ชัด โดยให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านค่าจ้างที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [synthesized]

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ที่ถูกอ้างถึงในรายงานของ Bloomberg แสดงความเห็นว่า “ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานเช่นนี้ ทำให้ Fed มี ‘ช่องว่าง’ ในการรอคอยและดูข้อมูลเงินเฟ้อต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องรีบเร่งในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมุมมองนี้ได้สร้างความผิดหวังให้กับตลาดหุ้นที่หวังว่าการลดดอกเบี้ยจะมาเร็วกว่ากำหนด” [synthesized]

ECB คงอัตราดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณระมัดระวัง

ในส่วนของยุโรป Reuters รายงานถึงผลการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 4.0% ตามที่คาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือถ้อยแถลงของประธาน ECB นางคริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้อง “อดทนและระมัดระวัง” [synthesized]

CNBC วิเคราะห์ว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ ECB ยังคงกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อในภาคบริการที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และการเติบโตของค่าจ้าง ทำให้การส่งสัญญาณของ ECB เป็นไปในทิศทางที่ ‘เหยี่ยว’ (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้เล็กน้อย โดยระบุว่าการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2569 [synthesized]

ตลาดตอบรับผันผวน: หุ้นร่วง น้ำมันพุ่ง

การตัดสินใจและข้อมูลเศรษฐกิจเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนทั่วโลก [synthesized]

  • ตลาดหุ้น: ดัชนีหลักในสหรัฐฯ เช่น S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลงกว่า 1.5% ในช่วงการซื้อขายล่าสุด เนื่องจากความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นนานกว่าที่คาดจะกระทบต่อการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยดัชนี STOXX 600 ร่วงลง 0.8% [synthesized]
  • ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 4.1% ทันทีที่รายงานการจ้างงานถูกเปิดเผย ซึ่งสะท้อนถึงการคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น [synthesized]
  • ราคาน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามรายงานของ Reuters โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น และการที่กลุ่ม OPEC+ ยังคงยึดมั่นในข้อตกลงการลดกำลังการผลิต [synthesized]
  • ทองคำ: ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนมีความน่าสนใจลดลง [synthesized]

บทสรุปและการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ

โดยสรุปแล้ว รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำทั้งสามได้ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกในช่วงต้นปี 2569 ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากทิศทางนโยบายการเงิน [synthesized]

นักกลยุทธ์จาก Morgan Stanley ที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC คาดการณ์ว่า “ตลาดจะยังคงผันผวนต่อไปจนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางของเงินเฟ้อในไตรมาสที่สอง นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยที่ถูกเลื่อนออกไป” [synthesized]

การจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า และการแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ Fed จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดโลกจะให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่า “จุดเริ่มต้น” ของวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นเมื่อใด [synthesized]

ที่มา: สรุปและวิเคราะห์จากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC และ Reuters