ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก! ทองคำร่วงแรงกว่า 11% หลังการเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่และสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

0
41






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก! ทองคำร่วงแรงกว่า 11% หลังการเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่และสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก! ทองคำร่วงแรงกว่า 11% หลังการเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่และสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

วอชิงตัน/นิวยอร์ก — รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters เปิดเผยว่า ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่ภาวะผันผวนอย่างรุนแรงเมื่อเริ่มต้นสัปดาห์ ด้วยแรงกดดันจากปัจจัยสำคัญสองประการ คือ การเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการทรุดตัวลงอย่างหนักของราคาทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาทองคำสปอตร่วงลงถึง 11.4% ในการซื้อขายวันศุกร์ที่ผ่านมา และปรับตัวลงต่อเนื่องในวันจันทร์ (2 ก.พ. 2569) มาอยู่ที่ระดับประมาณ 4,745 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการปรับฐานที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังจากการพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงกว่า 12 เดือนก่อนหน้า

สัญญาณแข็งกร้าวจากเฟด: ปัจจัยกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง

ตามรายงานของ Reuters และ Bloomberg การเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งใหม่ในคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับความเป็นอิสระและทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต นักวิเคราะห์จาก KCM Trade ที่ถูกอ้างถึงโดย Bloomberg ระบุว่า ผู้ค้าเริ่มมีความตื่นตระหนกจากความไม่แน่นอนของนโยบายอัตราดอกเบี้ย ซึ่งสัญญาณบ่งชี้ว่า Fed อาจมีแนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง การคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสัญญาณของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก

CNBC รายงานว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นของ Fed ได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นศูนย์ (Non-Yielding Assets) อย่างทองคำและเงินอย่างรุนแรง โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ตลาดจะยังคงเผชิญกับความผันผวนต่อไปจนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงกลางปี 2569

‘Gold Rout’: ทองคำร่วงหนักสุดในรอบปี ดอลลาร์แข็งค่าเป็นตัวเร่ง

การปรับตัวลงของราคาทองคำ ซึ่งถูกขนานนามโดยสื่อการเงินว่า ‘Gold Rout’ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยเกิดขึ้นหลังจากที่ราคาทองคำได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลจาก Bloomberg ชี้ว่า ราคาทองคำสปอตได้ลดลงถึง 11.4% ในวันเดียว และยังคงมีแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว การแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการขายทำกำไรในตลาด

ในขณะเดียวกัน ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดย Bloomberg รายงานว่า ราคา Bitcoin ได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว และตกลงไปต่ำกว่าระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ชั่วคราว เนื่องจากนักลงทุนหันกลับไปถือครองสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

ผลกระทบต่อตลาดเอเชียและไทย

นักลงทุนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ต่างจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนในตลาดสหรัฐฯ และราคาทองคำ มีผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย การร่วงลงของราคาทองคำส่งผลกระทบต่อร้านค้าทองคำและนักลงทุนรายย่อยในไทยที่มักใช้ทองคำเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยง ขณะที่การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในสหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางของประเทศในเอเชียต้องพิจารณานโยบายของตนอย่างรอบคอบเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ยังคงมองโลกในแง่ดี โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงมีการเติบโตที่ดีในปี 2569 และตลาดหุ้นระหว่างประเทศอาจยังคงทำผลงานได้ดีต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่ความเสี่ยงด้านนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งปี

อ้างอิงข้อมูล: Bloomberg, CNBC, Reuters และบทวิเคราะห์ตลาดการเงินวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569