สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: บลูมเบิร์ก, CNBC, รอยเตอร์ส ชี้ประเด็นร้อนการค้า, AI และสถานการณ์พลังงาน

0
41






สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: บลูมเบิร์ก, CNBC, รอยเตอร์ส ชี้ประเด็นร้อนการค้า, AI และสถานการณ์พลังงาน


สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: บลูมเบิร์ก, CNBC, รอยเตอร์ส ชี้ประเด็นร้อนการค้า, AI และสถานการณ์พลังงาน

รายงานข่าวจาก บลูมเบิร์ก, CNBC, รอยเตอร์ส

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการค้าของสหรัฐฯ, การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อตลาดพลังงาน สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่างบลูมเบิร์ก, CNBC และรอยเตอร์ส ได้รายงานและวิเคราะห์ประเด็นเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ภาพรวมที่ชัดเจนแก่ผู้ลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และปฏิกิริยาทางการค้าโลก

เมื่อไม่นานมานี้ ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งเพิกถอนภาษีนำเข้าส่วนใหญ่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยเรียกเก็บภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำประกาศผู้บริหารเพื่อกำหนดภาษีนำเข้าทั่วโลกใหม่ที่อัตราร้อยละ 10 เป็นระยะเวลา 150 วัน และยังขู่ว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 15 ในช่วงสุดสัปดาห์ การเคลื่อนไหวนี้ได้ก่อให้เกิด “ความปั่นป่วนและความสับสน” ครั้งใหม่ในการค้าโลก

ผลจากนโยบายใหม่นี้ อาจทำให้บางประเทศ เช่น จีนและบราซิล ต้องเผชิญกับภาษีที่ต่ำลงกว่าเดิม ในขณะที่ประเทศที่เคยมีข้อตกลงทวิภาคีกับสหรัฐฯ เช่น สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ยังคงไม่แน่ใจว่าข้อตกลงเหล่านั้นจะยังคงมีผลบังคับใช้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นรายหนึ่งถึงกับกล่าวว่าสถานการณ์ภาษีใหม่นี้ “ยุ่งเหยิงมาก” ขณะที่สหภาพยุโรปได้เรียกร้อง “ความชัดเจนอย่างเต็มที่” จากสหรัฐฯ และต้องการให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามพันธกรณีทางการค้า

แม้จะมีความวุ่นวาย แต่ตลาดการเงินโดยรวมกลับ “เพิกเฉย” ต่อการขึ้นภาษีครั้งล่าสุดนี้ โดยมองว่าเป็นการเจรจาต่อรองมากกว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างถาวร ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น สินทรัพย์ปลอดภัยยังคงแข็งแกร่ง ราคาทองคำเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 1 และดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงประมาณร้อยละ 0.3

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและภาพรวมภูมิภาค

โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะขยายตัวในอัตราที่ “สมเหตุสมผล แม้จะไม่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ” ที่ประมาณร้อยละ 3 ในปี 2569 การเติบโตนี้ได้รับการสนับสนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงิน, มาตรการกระตุ้นทางการคลัง และการเฟื่องฟูของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคง “เปราะบางและผันผวน” ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงด้านลบที่หลากหลาย

เศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวที่อัตราร้อยละ 2-2.5 ในปี 2569 ซึ่งจะเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วหลัก ในขณะที่จีนยังคงเผชิญกับความเสี่ยงระยะยาว แม้จะมีแนวโน้มที่ดีในระยะสั้นจากการส่งออกที่ฟื้นตัวและการผ่อนคลายนโยบายในภาคอสังหาริมทรัพย์ อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ยังคงสูงกว่าประเทศกลุ่ม G10 อื่นๆ สำหรับนิวซีแลนด์ คาดว่าการเติบโตทางการค้าถ่วงน้ำหนักทั่วโลกจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 2.9 ในปี 2569 โดยภาษีนำเข้ามีผลกระทบต่อการเติบโตทั่วโลกน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ แตะระดับ 16,920 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางการประกาศสำคัญของธนาคารกลางอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานที่มากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ปรากฏการณ์ AI: ความเฟื่องฟูและความเสี่ยง

การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ก็มีความกังวลเกี่ยวกับ “ความเสี่ยงของ AI” และ “การหยุดชะงักจาก AI” โดยตลาดหุ้นได้ปรับตัวลดลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อผลกำไรของบริษัท เครื่องมือ AI ใหม่จาก Anthropic ได้กระตุ้นให้เกิดการเทขายหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริษัทในตลาดส่วนบุคคลทั่วโลกเกือบ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากคาดว่าจะเข้ามาทดแทนงานในภาคกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ Nvidia ใน OpenAI ขณะเดียวกัน Nvidia ก็ใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการลงทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน OpenAI สถาบันการเงินบางแห่งเริ่มส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับ “ฟองสบู่ AI” ที่อาจเกิดขึ้น

ตลาดพลังงานและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

มอร์แกน สแตนเลย์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในระยะสั้น โดยระบุว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มที่จะคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้ว่าคาดว่าราคาจะลดลงเหลือ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในช่วงปลายปีนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและการประท้วงในอิหร่านได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกสูงขึ้น

บริษัท Aramco ได้ขายน้ำมันคอนเดนเสทจากโครงการ Jafurah ล็อตแรกให้กับบริษัทในสหรัฐฯ และอินเดีย โดยอาจมีการส่งออกไปยังเกาหลีใต้และไทยด้วย ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพิจารณา “การโจมตีทางทหารแบบจำกัด” ต่ออิหร่าน และกลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มที่จะกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีกครั้งตั้งแต่เดือนเมษายน

สรุปภาพรวม

โดยสรุปแล้ว เศรษฐกิจโลกในปี 2569 กำลังเผชิญกับภูมิทัศน์ที่ซับซ้อนซึ่งมีทั้งโอกาสและความท้าทาย นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงไปสร้างความไม่แน่นอน แต่ตลาดโดยรวมยังคงมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเจรจาต่อรอง การเติบโตของ AI นำมาซึ่งนวัตกรรมและโอกาสใหม่ๆ แต่ก็สร้างความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่และความเสี่ยงในการหยุดชะงัก ในขณะที่ตลาดพลังงานยังคงอ่อนไหวต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมที่ผันผวนแต่ก็ยังคงมีความยืดหยุ่น