อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกผันผวน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนโยบายและภูมิรัฐศาสตร์
สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีประเด็นสำคัญที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน สถานการณ์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและการดำเนินนโยบายของธนาคารกลาง
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ขึ้นเป็น 3.3% จากเดิม 3.1% โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางการค้าที่ผ่อนคลายลง มาตรการกระตุ้นทางการคลังที่สูงกว่าคาด และภาวะทางการเงินที่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงสู่ 2.9% ในปี 2569 จาก 3.2% ในปี 2568 โดยยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดทางการค้า ภาระทางการคลัง และความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่
สำหรับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) นั้น ตลาดการเงินยังคงมีความผันผวนอย่างหนักในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของ Fed รายงานการประชุมของ Fed บ่งชี้ว่ากรรมการส่วนใหญ่ยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้เงินเฟ้อจะชะลอตัวลง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% โดย Fed ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อเดือนมกราคม 2569 ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปีนี้ ซึ่งลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภค การลงทุน และการเติบโตในภาคเทคโนโลยี ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนธันวาคม 2568 เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี และ Core PCE เพิ่มขึ้น 3.0% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ในยุโรป ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นตอบรับข้อมูลเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรที่ชะลอตัวลง ซึ่งอาจเปิดทางให้ธนาคารกลางยุโรปผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะถัดไป ส่วนญี่ปุ่น อัตราเงินเฟ้อยังคงคาดว่าจะสูงกว่า 2% ไปจนถึงปี 2570 ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 หากเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวที่ชัดเจนขึ้น
เศรษฐกิจจีนและมาตรการกระตุ้น
ทางการจีนเตรียมขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2569 ผ่านการใช้จ่ายและการลงทุน พร้อมนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย โดยจะเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจากรัฐบาลกลาง และการแก้ไขปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าเป้าหมาย GDP ของจีนในปีนี้จะยังคงอยู่ที่ 5% อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่ารัฐบาลจีนไม่ได้เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในขณะนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ได้แก่ การแจกเงินสดโดยตรงให้กับครอบครัวที่มีบุตร และความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน
นอกจากนี้ จีนยังได้ดำเนินแคมเปญ “Shopping in China 2026” เพื่อดึงดูดแบรนด์ชั้นนำและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 โดยเน้นสินค้าเกษตร การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้ IMF จะคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโต 4.5% ในปี 2569 ลดลงจาก 5.0% ในปี 2568 แต่ก็สูงกว่าประมาณการเดิม อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักยังคงเป็นความท้าทาย ท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อการค้าโลก
ประเด็นทางการค้าของสหรัฐฯ กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง เมื่อศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผลดีต่อจีน อินเดีย และบราซิล โดยอัตราภาษีเฉลี่ยต่อสินค้าจากประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มลดลง นักเศรษฐศาสตร์จาก Morgan Stanley ประเมินว่าระดับความไม่แน่นอนสูงสุดเกี่ยวกับภาษีและความตึงเครียดทางการค้าได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แม้ทรัมป์จะประกาศใช้ภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% อีกครั้ง โดยอ้างวิกฤติดุลการชำระเงิน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายยังไม่เห็นสัญญาณของวิกฤตดังกล่าว ซึ่งอาจนำไปสู่ความท้าทายทางกฎหมายอีกครั้ง
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงาน โดยมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองเข้าสู่ภูมิภาคและเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหาร หากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์กับอิหร่านล้มเหลว ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งสัญญาณว่าจะเข้าร่วมการเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านโดยอ้อม และเชื่อว่าอิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลง ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ ราคาน้ำมันยังคงผันผวน ขณะที่รัสเซียได้ออกมาเตือนถึงหายนะทางนิวเคลียร์หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน
ในยุโรป ฮังการีและสโลวาเกียกำลังพิจารณาที่จะระงับการส่งออกไฟฟ้าและก๊าซไปยังยูเครน หากการส่งน้ำมันรัสเซียผ่านท่อส่ง Druzhba ไม่ได้รับการฟื้นฟู
ภาพรวมตลาดการเงินและเทคโนโลยี
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากความกังวลต่อนโยบายของ Fed และการปรับฐานของสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่น ทองคำและสกุลเงินดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Nvidia, Amazon, Microsoft และ Micron แม้ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ยังไม่ชัดเจน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI เคยเผชิญกับการเทขายในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าและความไม่แน่นอนของตลาด
ราคาทองคำและ Bitcoin ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากกระแส “Risk-Off” และท่าทีที่แข็งกร้าวของ Fed แต่ทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี และความไม่แน่นอนทางการเมืองโลก ส่วนราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้น คาดว่าจะยังคงแกว่งตัว แต่ได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ



















