สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters เกาะติดนโยบายภาษีสหรัฐฯ และความผันผวนตลาด
กรุงเทพฯ, 23 กุมภาพันธ์ 2569
สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้น ค่าเงิน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก รวมถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พลิกโฉมนโยบายภาษีสหรัฐฯ สร้างแรงกระเพื่อมทั่วโลก
ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในสัปดาห์นี้คือคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่มีมติเพิกถอนมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าเดิมของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยชี้ว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ตอบโต้ทันทีด้วยการประกาศใช้ภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 15% ทั่วโลก ภายใต้อำนาจกฎหมายฉบับอื่น (มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้า ปี 1974) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความกังวลและความไม่แน่นอนอย่างมากให้กับประเทศพันธมิตรหลายแห่ง โดยเฉพาะสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น คณะกรรมาธิการยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยึดมั่นตามข้อตกลงการค้าระหว่างกันที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว และไม่ยอมรับการขึ้นภาษีเกินเพดานที่ตกลงไว้ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Global Trade Alert ชี้ว่า สหราชอาณาจักรอาจได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนี้
ในทางกลับกัน บางประเทศกลับได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์นี้ โดยนักวิเคราะห์มองว่า จีน อินเดีย และบราซิล อาจกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการรื้อเกมภาษีของสหรัฐฯ เนื่องจากอัตราภาษีเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักต่อสินค้าของประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มลดลง นักเศรษฐศาสตร์จาก Morgan Stanley ระบุว่า ระดับความไม่แน่นอนสูงสุดเกี่ยวกับภาษีและความตึงเครียดทางการค้าได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และการรีเซ็ตภาษีแบบเหมารวมทั่วกระดานยังเท่ากับเป็นการปรับสนามแข่งขันใหม่ให้กับคู่ค้าของสหรัฐฯ
ตลาดโลกผันผวน: ดอลลาร์อ่อน หุ้นเอเชียรับอานิสงส์ ทอง-น้ำมันแกว่งตัว
ผลจากนโยบายภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง นักกลยุทธ์จาก National Australia Bank ระบุว่า ดอลลาร์กำลังเผชิญแรงกดดันในวงกว้าง ขณะที่ตลาดพยายามประเมินผลกระทบจากคำตัดสินของศาลและความไม่แน่นอนจากระบอบภาษีของทรัมป์
ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียหลายแห่งกลับปรับตัวขึ้น โดยดัชนีหุ้นจีนรายใหญ่ที่จดทะเบียนในฮ่องกงพุ่งขึ้นสูงสุด รวมถึงตลาดหุ้นไต้หวันและเกาหลีใต้ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ การอ่อนค่าของดอลลาร์ยังส่งผลให้ค่าเงินบาท เปโซฟิลิปปินส์ และริงกิตมาเลเซียแข็งค่าขึ้นตาม
สำหรับตลาดหุ้นยุโรป เปิดบวกรับสัญญาณเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรที่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3% ในเดือนมกราคม ซึ่งเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางอังกฤษอาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดโดยรวม
ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน ขณะที่ราคาทองคำก็ปรับตัวขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
AI และเทคโนโลยี: สหรัฐฯ เร่งเกม แข่งขันเดือด
ในด้านเทคโนโลยี สหรัฐฯ ได้ประกาศโครงการริเริ่มใหม่ที่เรียกว่า “Tech Corps” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ และช่วยประเทศพันธมิตรนำระบบ AI ขั้นสูงไปประยุกต์ใช้งาน โครงการนี้จะรับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาด้าน STEM และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อไปปฏิบัติงานในประเทศพันธมิตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการถ่วงดุลอิทธิพลของเทคโนโลยีจากจีน ความต้องการชิป AI ยังคงสูง ส่งผลให้ Samsung และ SK Hynix คาดว่าจะปรับราคาชิป HBM4 ขึ้น 20-30%
อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของ AI ก็สร้างความท้าทายในบางภาคส่วน โดยหุ้นกลุ่ม Cybersecurity ร่วงลงอย่างหนัก หลังจาก Anthropic เปิดตัวเครื่องมือ “Claude Code Security” ที่สามารถสแกนช่องโหว่และแก้ไขโค้ดได้อัตโนมัติ ทำให้นักลงทุนกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยแบบดั้งเดิม
ตลาดหุ้นไทยโดดเด่นท่ามกลางกระแสโลก
ในส่วนของประเทศไทย ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ได้แสดงผลงานที่โดดเด่นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยทะยานขึ้นกว่า 10% และถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลักทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกัน แรงหนุนสำคัญมาจากการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติมูลค่าสูงถึงกว่า 4.5 หมื่นล้านบาทในเดือนกุมภาพันธ์ และยอดสะสมปี 2569 ที่เป็นบวกต่อเนื่อง นอกจากนี้ กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยในปีที่ผ่านมายังทำได้ดีเกินคาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนเป้าหมายดัชนีให้ปรับเพิ่มขึ้นได้
โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลก ขณะที่เทคโนโลยี AI ยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เศรษฐกิจและธุรกิจในระยะยาว


















