สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตลาดโลกผันผวนรับมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ
กรุงเทพฯ, 23 กุมภาพันธ์ 2569 – สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกประจำวันนี้ โดยเฉพาะประเด็นมาตรการภาษีนำเข้าฉบับใหม่ของสหรัฐฯ และปฏิกิริยาของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงความผันผวนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์ดิจิทัล
มาตรการภาษีสหรัฐฯ และผลกระทบต่อตลาด
ประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวันนี้คือ การประกาศของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่จะปรับเพิ่มภาษีนำเข้าทั่วโลกขึ้นเป็น 15% จากเดิม 10% หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยคว่ำมาตรการภาษีเดิมที่ประกาศภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act) การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ผ่านมา และได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นล่วงหน้าของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันจันทร์
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก CNBC Africa ชี้ว่า ตลาดส่วนใหญ่รับมือกับข่าวการปรับขึ้นภาษีครั้งนี้ค่อนข้างนิ่ง โดยมองว่าเป็นเพียง “สัญญาณรบกวน” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มีนัยสำคัญ Ed Yardeni ประธาน Yardeni Research กล่าวกับ CNBC ว่าตลาดไม่ตอบสนองต่อข่าวนี้มากนัก เนื่องจากเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างกว้างขวาง และตลาดได้เรียนรู้ในปีที่แล้วว่าเศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่งเมื่อเผชิญกับความผันผวนจากภาษีของทรัมป์ แม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าผลกระทบที่แท้จริงอาจยังไม่ชัดเจนในทันที
ตลาดหุ้นทั่วโลกและสินทรัพย์ปลอดภัย
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีใหม่ ดัชนีตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ ได้แก่ Dow Jones Industrial Average, S&P 500 และ Nasdaq Composite ต่างปรับตัวลดลง โดยดัชนี Dow Jones ลดลง 768.97 จุด มาอยู่ที่ 48,857.00 จุด ส่วน S&P 500 ลดลง 74.48 จุด มาอยู่ที่ 6,835.03 จุด และ Nasdaq Composite ลดลง 289.16 จุด มาอยู่ที่ 22,596.91 จุด ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่กลับปรับตัวสูงขึ้น และสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำก็ได้รับความสนใจ โดยสัญญาทองคำเดือนเมษายนปรับขึ้น 136.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 5,217.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์
ตลาดน้ำมันและสกุลเงินดิจิทัล
สำหรับตลาดพลังงาน สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เดือนเมษายนปรับขึ้น 29 เซนต์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 66.77 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีรายงานว่าราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงจากความกังวลที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง และสัญญาณการคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ในส่วนของตลาดสกุลเงินดิจิทัล Bitcoin ยังคงอยู่ในช่วงขาลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 และได้ปรับลดลงกว่า 26% ในปีนี้ โดยราคาได้ร่วงลงต่ำกว่า 74,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ชั่วขณะ
ข่าวเศรษฐกิจจากอินโดนีเซีย
ในข่าวเศรษฐกิจภูมิภาค CNBC Indonesia รายงานว่าเศรษฐกิจของอินโดนีเซียเติบโต 5.11% ในปี 2568 ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภาคครัวเรือน การใช้จ่ายของภาครัฐ การลงทุน และการส่งออกที่ยังคงแข็งแกร่ง
แนวโน้มและบทสรุป
ภาพรวมตลาดการเงินโลกในวันนี้ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากนโยบายทางการค้าของสหรัฐฯ แม้ว่าตลาดจะแสดงท่าทีตอบรับอย่างระมัดระวัง แต่ความผันผวนยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำสะท้อนถึงความต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากการประกาศภาษีใหม่. การพัฒนาทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะการเติบโตของอินโดนีเซีย อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงภาพรวมเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป.



















