สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสารและบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจจากทั่วทุกมุมโลกตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นเศรษฐกิจมหภาค นโยบายการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ และการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล โดยภาพรวมแสดงให้เห็นถึงความผันผวนและความไม่แน่นอนที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาดและเวทีโลก
เศรษฐกิจโลกและการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ในด้านเศรษฐกิจโลก ตลาดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดถึงทิศทางการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของ Fed ยังคงมีท่าที “เหยี่ยว” โดยผลักดันให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ และยังไม่เห็นด้วยกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้. เจ้าหน้าที่ Fed เช่น Austin Goulsby จาก Fed สาขาชิคาโก และผู้ว่าการ Fed Bar ต่างต้องการเห็นหลักฐานเพิ่มเติมที่ชัดเจนว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมายที่ 2%. แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมิถุนายน 2568 และอัตรา 12 เดือนอยู่ที่ 2.7% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ แต่การตัดสินใจในเดือนมีนาคม 2569 จะขึ้นอยู่กับข้อมูลการจ้างงานในเดือนกุมภาพันธ์ที่แข็งแกร่ง.
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก CNBC ชี้ให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีการเติบโตของตำแหน่งงานมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569. ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 ยังคงเป็นไปในเชิงบวก โดยคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่แข็งแกร่งซึ่งได้รับแรงหนุนจากนโยบายการคลังและการเงินที่กระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบเริ่มต้นของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจ. อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมยังคงมีการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นเพียง 0.03% เมื่อเทียบกับต้นปีจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์. นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI โดยมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงคาดการณ์การเติบโตที่แข็งแกร่ง.
สงครามการค้าและกำแพงภาษีใหม่
ประเด็นการค้าโลกกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% จากเดิม 10% หลังจากคำตัดสินของศาลฎีกา. การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้สร้างความไม่แน่นอนครั้งใหม่ให้กับการเจรจาการค้าในอเมริกาเหนือ (CUSMA). รายงานจาก Bloomberg ชี้ว่า การเพิ่มภาษี 15% นี้มีผลจำกัดเพียง 150 วัน หากไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายหรือขยายขอบเขตการดำเนินการทางการค้าผ่านช่องทางกฎหมายอื่นๆ.
การตอบสนองจากนานาชาติมีหลากหลาย ฝ่ายอุตสาหกรรมการธนาคารของเยอรมนีแสดงความกังวลต่อแผนภาษีของทรัมป์. สหภาพยุโรปกำลังเตรียมระงับกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าที่ลงนามกับสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว. ในขณะที่สหราชอาณาจักรไม่คาดว่าภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ใหม่ของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้กับตน. อย่างไรก็ตาม Alan Taylor เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษเตือนว่าภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะคงอยู่และผลกระทบจะขยายออกไปหลายปี.
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุ
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ Reuters รายงานว่า แผนการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านได้เข้าสู่ขั้นสูงแล้ว โดยมีทางเลือกต่างๆ รวมถึงการกำหนดเป้าหมายบุคคลและการดำเนินการเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง หากได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีทรัมป์. รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมปฏิบัติการที่ยืดเยื้อหลายสัปดาห์ต่ออิหร่าน ซึ่งอาจรวมถึงการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความมั่นคงและโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์.
นอกจากนี้ เลขาธิการแห่งรัฐ Marco Rubio ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่พันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปจะต้องปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายใหม่ๆ ในศตวรรษที่ 21 และแสดงความปรารถนาที่จะเห็นสงครามในยูเครนยุติลง โดยเรียกมันว่าเป็น “สงครามที่ไร้เหตุผล”.
การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล
ในภาคส่วนของสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว Reuters รายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของสหราชอาณาจักร (FCA) ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับ HTX (เดิมชื่อ Huobi) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีระดับโลก ฐานโปรโมทบริการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างผิดกฎหมายแก่ผู้บริโภคในสหราชอาณาจักร.
โดยสรุป เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้แสดงให้เห็นถึงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่เต็มไปด้วยพลวัตและความไม่แน่นอน ตั้งแต่การตัดสินใจนโยบายการเงินของ Fed ไปจนถึงมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด.


















