News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
40

ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนรับนโยบายแบงก์ชาติ-สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

23 กุมภาพันธ์ 2569

สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานถึงความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาดการเงินและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและตลาดหุ้นทั่วโลก ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคเทคโนโลยี

นโยบายการเงิน: เฟดส่งสัญญาณระมัดระวัง, ECB คงดอกเบี้ยสร้างเสถียรภาพ

ในฝั่งสหรัฐอเมริกา ตลาดการเงินยังคงจับตาการตัดสินใจด้านนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ความเชื่อมั่นของตลาดเพิ่มขึ้นจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาดการณ์ และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตลาดซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังเดิมที่เคยมองว่าจะมีการลดดอกเบี้ยมากกว่านี้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่บางรายของ Fed ยังคงพิจารณาความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากข้อมูลการจ้างงานในเดือนกุมภาพันธ์ยังคงแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน ในภูมิภาคยุโรป ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยหลักไว้ที่ระดับ 2% เป็นการประชุมครั้งที่ 5 ติดต่อกันโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนที่ลดลงเหลือ 1.7% ในเดือนมกราคม ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ 2% ของ ECB โดยประธาน ECB นางคริสติน ลาการ์ด เน้นย้ำว่า ECB จะยังคงใช้แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและทบทวนนโยบายเป็นรายงวด เพื่อหลีกเลี่ยงการให้คำมั่นสัญญาล่วงหน้าเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่เฉพาะเจาะจง สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจยูโรโซนต่อความไม่แน่นอนภายนอก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตลาดแรงงานที่มั่นคงและอัตราการว่างงานที่ต่ำ

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อราคาน้ำมัน

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ได้พุ่งทะลุระดับ 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้ หากการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านล้มเหลว แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้มีการหารือในทำเนียบขาว และแจ้งให้กองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาคเตรียมความพร้อมทางการทหารภายในกลางเดือนมีนาคม ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อสถานะ Long ในตลาดน้ำมัน

นอกจากนี้ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความผันผวน โดยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยให้ยุติการจัดเก็บภาษีศุลกากรภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศใช้ ซึ่งอาจส่งผลให้รัฐบาลต้องคืนภาษีที่จัดเก็บไปแล้วกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเตรียมใช้ภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 15% ทั่วโลก ภายใต้อำนาจกฎหมายฉบับอื่นเพื่อทดแทนภาษีที่ถูกตีตกไป การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนี้สร้างความกังวลให้กับภาคการธนาคารของเยอรมนีและสหภาพยุโรป โดยสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาระงับกระบวนการอนุมัติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ

ภาคเทคโนโลยีและกระแส AI ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง

ในด้านตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริษัท Nvidia ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ AI ได้รายงานรายได้ในไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ 2569 (สิ้นสุด 26 ตุลาคม 2568) สูงถึง 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 62% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ Meta Platforms บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ก็สร้างความประหลาดใจด้วยรายได้รวมในปี 2568 ที่ 2.009 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 22% ความสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำมุมมองของนักลงทุนว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่กระแส แต่เป็นเมกะเทรนด์ที่จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทั่วโลก นอกจากนี้ Palantir ซึ่งเป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล ก็มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งเช่นกัน และช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยี

ประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ในส่วนของประเทศไทย ภาคการท่องเที่ยวเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่มองว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางในประเทศไทยสูงขึ้น แม้ทางการไทยจะชี้แจงว่าเกิดจากการแข็งค่าของเงินบาทมากกว่าอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศที่ยังคงทรงตัว นอกจากนี้ ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ นครรัฐวาติกันได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมโครงการ “Board of Peace” ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยย้ำถึงบทบาทของสหประชาชาติในการจัดการวิกฤตระหว่างประเทศ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับลักษณะของคณะกรรมการที่อาจบ่อนทำลายบทบาทของสหประชาชาติและขาดความชอบธรรม

โดยสรุปแล้ว ตลาดโลกยังคงอยู่ในช่วงที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ภาคเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม AI ยังคงเป็นความหวังและแรงผลักดันสำคัญสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลก.