News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
106

สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก ทรัมป์เดินหน้าภาษีใหม่ จับตา AI และสถานการณ์อิหร่าน

กรุงเทพฯ – สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญหลากหลายประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์เศรษฐกิจ การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์โลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยเฉพาะนโยบายภาษีใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ความผันผวนของตลาดการเงินโลก การลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี AI และสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

นโยบายภาษีใหม่ของทรัมป์สร้างแรงสั่นสะเทือน

ความเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือคำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีคำสั่งให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้า “ตอบโต้ในอัตราที่เท่ากัน” (reciprocal tariffs) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังคำตัดสิน ทรัมป์ได้ประกาศมาตรการภาษีใหม่ โดยจะเรียกเก็บ “ภาษีศุลกากรทั่วโลก” (global tariff) ในอัตรา 10% ซึ่งต่อมาได้เพิ่มขึ้นเป็น 15% โดยอ้างอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 และให้เหตุผลว่าสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับ “วิกฤติดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ”

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก รวมถึงตลาดการเงิน ยังคงไม่เห็นสัญญาณของวิกฤติดุลการชำระเงินที่ทรัมป์กล่าวอ้าง ทำให้มาตรการภาษีรอบใหม่นี้มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายอีกครั้ง และเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับประเทศคู่ค้า ภาคธุรกิจ ผู้บริโภค และนักลงทุน มาตรการภาษีใหม่นี้มีผลบังคับใช้ชั่วคราวเป็นเวลา 150 วัน เพื่อรักษารายได้ของรัฐบาลในระหว่างที่กำลังพิจารณาแนวทางทางกฎหมายอื่นๆ ในระยะแรก จีน อินเดีย และบราซิล ได้รับประโยชน์จากการที่ศาลฎีกายกเลิกภาษีเดิม เนื่องจากอัตราภาษีเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากสินค้าของพวกเขาที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลง ก่อนที่มาตรการภาษีแบบเหมารวม 15% จะถูกประกาศใช้ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนสนามแข่งขันอีกครั้ง

ปฏิกิริยาของตลาดต่อข่าวดังกล่าวเป็นไปอย่างผันผวน โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลง ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า อย่างไรก็ตาม ตลาดสกุลเงินดิจิทัลได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยราคาบิตคอยน์ร่วงลงกว่า 5% หลุดระดับ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังการประกาศภาษีใหม่ และลดลงแล้วประมาณ 26% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 และกว่า 47% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ที่บรรลุข้อตกลงกันในปี 2568

ตลาดการเงินโลกจับตานโยบายเฟดและสินทรัพย์เสี่ยง

ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรง โดยมีปัจจัยหลักมาจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังก่อนหน้านี้ เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ยังคงแสดงการคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันอย่างน้อยจนถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 นโยบาย “Higher for Longer” หรือการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินยังคงสูง และกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลก รวมถึงสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ราคาทองคำซึ่งเคยปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้พลิกกลับมาลดลงอย่างรุนแรง ขณะที่บิตคอยน์ก็เผชิญกับแรงกดดันมหาศาล นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เช่น Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ก็ปรับตัวลดลงในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

การลงทุน AI ในอินเดียพุ่งทะยานสู่ศูนย์กลางโลก

ในด้านเทคโนโลยี อินเดียกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ระดับโลก โดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกหลายแห่งได้ให้คำมั่นที่จะอัดฉีดเงินลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของอินเดีย บริษัทผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดยักษ์อย่าง Amazon, Microsoft, Meta และ Alphabet คาดว่าจะใช้งบลงทุนรวมด้าน AI สูงถึง 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้เพียงปีเดียว นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยีของอินเดียเอง เช่น Reliance Industries มีรายงานว่าจะลงทุน 110,000 ล้านดอลลาร์ในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ Adani Group วางแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ด้าน AI มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ภายในทศวรรษหน้า Microsoft ยังตั้งเป้าลงทุนด้าน AI ในกลุ่มประเทศ Global South รวม 50,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นทศวรรษนี้ ในขณะเดียวกัน Bloomberg ก็ได้เปิดตัว ASKB ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซ AI เชิงสนทนาใหม่สำหรับ Bloomberg Terminal เพื่อเร่งการวิจัยการลงทุนและปรับปรุงขั้นตอนการทำงานของเทรดเดอร์

สถานการณ์ตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตา โดยมีรายงานว่าการวางแผนทางทหารของสหรัฐฯ เกี่ยวกับอิหร่านได้เข้าสู่ขั้นสูงแล้ว ซึ่งรวมถึงทางเลือกในการกำหนดเป้าหมายบุคคลสำคัญ และแม้กระทั่งการพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในกรุงเตหะราน หากประธานาธิบดีทรัมป์มีคำสั่ง Reuters รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการที่ยืดเยื้อหลายสัปดาห์ต่ออิหร่าน ในขณะเดียวกัน มีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านระลอกใหม่เกิดขึ้น โดยมีการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกลุ่มผู้ต่อต้านและผู้สนับสนุนรัฐบาลภายในมหาวิทยาลัยต่างๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมานซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา เปิดเผยว่า การเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตแข็งแกร่ง

ในข่าวเศรษฐกิจภูมิภาค อินโดนีเซียรายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในปี 2568 โดยเศรษฐกิจขยายตัว 5.11% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภาคครัวเรือน การใช้จ่ายของรัฐบาล การลงทุน และประสิทธิภาพการส่งออกที่ยังคงแข็งแกร่ง

โดยสรุป ทั่วโลกกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากนโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปของสหรัฐฯ ความผันผวนในตลาดการเงิน และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ AI ที่กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และบางประเทศในภูมิภาคก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ