สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตะวันออกกลางระอุ, เฟดคงดอกเบี้ย, หุ้น AI ยังร้อนแรง
เผยแพร่: 1 มีนาคม 2569
สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานข่าวสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และแนวโน้มของตลาดหุ้นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์
สถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาน้ำมันโลก
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก หลังจากมีรายงานการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน Ayatollah Ali Khamenei ซึ่งนำไปสู่การประท้วงและการโจมตีตอบโต้โดยอิหร่านต่อเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลในหลายประเทศทั่วภูมิภาค สถานการณ์นี้ทำให้เกิดความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ คิดเป็นสัดส่วน 20-30% ของอุปทานทั่วโลก ถูกปิดกั้น
นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 63.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2569 เนื่องมาจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่ม OPEC+ กำลังพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้ โดยอาจเพิ่มขึ้น 137,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน ในทางตรงกันข้าม Goldman Sachs ยังคงคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะลดลงตลอดปี 2569 เนื่องจากคาดว่าอุปทานจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5% ถึง 3.75% ในการประชุมเดือนมกราคม 2569 หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาสามครั้งในปี 2568 แม้ว่าตลาดจะคาดการณ์ว่าโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมมีน้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงคาดว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปีนี้
นอกจากนี้ รายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) เดือนมกราคมยังเผยให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ Fed บางรายได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% แม้ว่าตลาดแรงงานจะยังคงแข็งแกร่งก็ตาม อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) อยู่ที่ 2.7% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจาก 3% ในเดือนกันยายน แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของ Fed การตัดสินใจเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมจึงยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูข้อมูลตลาดแรงงานที่จะออกมาในอนาคต
ทิศทางตลาดหุ้นเทคโนโลยีและ AI
ภาคเทคโนโลยีเคยมีการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงปี 2566 ถึง 2568 แต่กำลังเผชิญกับแรงกดดันในปี 2569 อย่างไรก็ตาม มีความแตกต่างที่ชัดเจนในภาคส่วนนี้ โดยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังคงมีผลงานที่โดดเด่น เช่น Nvidia และ Broadcom โดยกองทุน iShares Semiconductor ETF ปรับตัวขึ้นถึง 18.6% ตั้งแต่ต้นปี
Nvidia รายงานรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.81 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2569 โดยมีรายได้จากส่วนงานดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น 75% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ OpenAI เพิ่งระดมทุนได้ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีผู้ลงทุนรายใหญ่อย่าง Amazon, Nvidia และ SoftBank ในทางกลับกัน ภาคซอฟต์แวร์กำลังเผชิญกับการเทขายครั้งใหญ่ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักที่เกิดจาก AI โดยกองทุน iShares Expanded Tech Software ETF ลดลง 27.2% ตั้งแต่ต้นปี การใช้จ่ายทั่วโลกในเทคโนโลยีที่สนับสนุน AI คาดว่าจะสูงถึง 2.52 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2569 และจะเกิน 7.58 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2572
แนวโน้มเศรษฐกิจโลก
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2569 คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง โดยมีการเติบโตประมาณ 3.2% หลังจากเติบโต 3.3% ในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงความตึงเครียดทางการค้าที่กลับมาอีกครั้ง ความไม่แน่นอนของนโยบาย ความเปราะบางทางการคลังที่สูงขึ้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกคาดว่าจะชะลอตัวลง แต่ปัญหาราคาครองชีพที่สูงยังคงเป็นความท้าทาย
เศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะเติบโตระหว่าง 2-2.5% ในปี 2569 ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วที่สำคัญ ในขณะที่เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4.7% ในปีเดียวกัน
โดยสรุป ปี 2569 จะเป็นปีที่ตลาดโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นโยบายการเงินของธนาคารกลางที่ยังคงต้องรอดูปัจจัยทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในภาคเทคโนโลยีจากอิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์


















