สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters เกาะติดความผันผวนปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569

0
36





สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters เกาะติดความผันผวนปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569


สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters เกาะติดความผันผวนปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569

สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ไปจนถึงการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

นโยบายการเงินและภาวะเงินเฟ้อ: ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าอย่างระมัดระวัง

ภาวะเงินเฟ้อยังคงเป็นข้อกังวลหลักสำหรับผู้กำหนดนโยบาย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation) จะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) กลับลดลงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเงินเฟ้อพื้นฐานทั่วโลกทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 3% นับตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะทรงตัวที่ 2.8% ในปี 2569. โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา คาดว่า Core CPI จะเร่งตัวขึ้นสู่ 3.2% ในขณะที่ยูโรโซนและสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มชะลอตัวลง.

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%. รายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น. ในทางตรงกันข้าม ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ โดยมองว่านโยบายการเงินอยู่ใน “ตำแหน่งที่ดี” และได้สิ้นสุดวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว. เช่นเดียวกับธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569.

สำหรับในทวีปเอเชีย ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 สะท้อนท่าทีที่ระมัดระวังในการรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนเศรษฐกิจกับความกังวลด้านเสถียรภาพค่าเงิน. ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้ และเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย.

สงครามภาษีและการค้าโลก: ความไม่แน่นอนยังคงอยู่

ประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเคลื่อนไหวของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้. อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 แทน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง. ขณะที่สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุกันไว้. ความเคลื่อนไหวนี้ยังคงสร้างความสับสนต่อทิศทางนโยบายการค้าโลก.

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งยังคงสร้างความผันผวนและหนุนราคาน้ำมันดิบและโลหะมีค่า. แม้การเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีความคืบหน้า แต่ก็ยังไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้าย ทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่. นอกจากนี้ รายงานจาก World Economic Forum (WEF) ระบุว่า การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์เป็นความเสี่ยงอันดับ 1 ของโลกในปี 2569 ตามมาด้วยความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างรัฐ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.

เทคโนโลยี AI: แรงขับเคลื่อนและการแข่งขันระดับโลก

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก. รายงานจาก CNBC ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์. นอกจากนี้ บริษัท Advanced Micro Devices (AMD) ได้บรรลุข้อตกลงจัดหาชิป AI มูลค่าสูงถึง 60 พันล้านดอลลาร์ให้กับ Meta Platforms ในอีกห้าปีข้างหน้า โดย Meta Platforms ยังมีสิทธิ์ซื้อหุ้น AMD ได้มากถึง 10% ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของ AMD พุ่งขึ้นมากกว่า 6%.

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเทคโนโลยีบางส่วนเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าที่สูงเกินไป โดยหุ้น Nvidia ปิดร่วง 5.46% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แม้ผลประกอบการจะแข็งแกร่ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลของนักลงทุน. ในขณะเดียวกัน กองทุนน้ำมันมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ของนอร์เวย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็เริ่มนำโมเดล AI Claude ของ Anthropic มาใช้ในการติดตามความเสี่ยงด้าน ESG ในพอร์ตการลงทุนของกองทุนแล้ว.

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดหุ้น: เคลื่อนไหวตามปัจจัยเสี่ยงและโอกาส

ราคาน้ำมันดิบ Brent ได้พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงเนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์. อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากอิหร่านระบุว่าพร้อมดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อผลักดันไปสู่การบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ก่อนการเจรจานิวเคลียร์ในสัปดาห์นี้. สำหรับราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากดัชนีเงินดอลลาร์ที่ทรงตัวและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียด รวมถึงการคาดการณ์ปริมาณการผลิตทองคำที่ลดลงของ Newmont Corp. ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก. ทองคำยังคงถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนีดาวโจนส์ S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวก ได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์. ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกท่ามกลางบรรยากาศการฟื้นตัว แต่ยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ. ส่วนดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์มองเป้าหมายที่ 60,000 จุด จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม AI อย่างไม่หยุดยั้ง. สำหรับตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปิดเหนือ 1,500 จุด หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย.

สรุปและแนวโน้ม

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักที่เริ่มแยกทิศทางกัน และความไม่แน่นอนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ. อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเทคโนโลยี AI ยังคงเป็นความหวังใหม่และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก. นักลงทุนยังคงต้องจับตาปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว.