สรุปข่าวเศรษฐกิจและการเมืองโลก: บลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี, รอยเตอร์ส รายงานสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569

0
38






สรุปข่าวเศรษฐกิจและการเมืองโลก: บลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี, รอยเตอร์ส รายงานสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569


สรุปข่าวเศรษฐกิจและการเมืองโลก: บลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี, รอยเตอร์ส รายงานสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569

สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่างบลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี และรอยเตอร์ส ได้รายงานสถานการณ์ข่าวสารสำคัญที่กำลังเป็นประเด็นร้อนทั่วโลก โดยเฉพาะความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ที่ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย.

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางสั่นคลอนตลาดพลังงานโลก

รายงานล่าสุดจากบลูมเบิร์กและซีเอ็นบีซี ระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก โดยมีการโจมตีทางทหารตอบโต้กันในหลายพื้นที่ของตะวันออกกลาง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และอิหร่านได้ตอบโต้กลับโดยพุ่งเป้าไปยังสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ในหลายประเทศ รวมถึงอิสราเอล กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาห์เรน จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย อิรัก และโอมาน ความตึงเครียดนี้ยังส่งผลให้มีการเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลก อาจถูกปิดลง สำนักข่าวบลูมเบิร์กยังชี้ว่าความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างนี้มีแนวโน้มที่จะสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดก๊าซธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน

ข้อมูลการติดตามการเดินเรือล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม แสดงให้เห็นว่าการขนส่ง LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกือบจะหยุดชะงักลงแล้ว ขณะที่ผู้ซื้อในเอเชียซึ่งนำเข้า LNG จากกาตาร์ประมาณหนึ่งในสี่ของปริมาณทั้งหมด ได้ติดต่อซัพพลายเออร์เพื่อสอบถามถึงสินค้าทดแทน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 150 ลำ รวมถึงเรือขนส่งน้ำมันดิบและ LNG ได้ทอดสมออยู่ในน่านน้ำเปิดของอ่าวเปอร์เซีย นอกช่องแคบฮอร์มุซ

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2569: เติบโตอย่างเปราะบางท่ามกลางความท้าทาย

ด้านแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2569 สื่อต่างประเทศหลายสำนักได้นำเสนอรายงานที่สอดคล้องกันว่า เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่เปราะบาง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะอยู่ที่ 3.3% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2568 ที่ 3.3% รายงาน World Economic Situation and Prospects 2026 ของ UN Trade and Development (UNCTAD) คาดการณ์การเติบโตที่ 2.7% ในปี 2569 ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.9% ในปี 2570 ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดโรคระบาดที่ 3.2%

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตคือการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนโยบายการคลังและการเงินที่ผ่อนคลาย สหรัฐฯ คาดว่าจะเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักที่มีผลงานโดดเด่นที่สุด โดยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย การกระตุ้นทางการคลัง และกระแสความเฟื่องฟูของ AI ที่ยังคงดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และระดับหนี้สาธารณะที่สูง

อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกคาดว่าจะลดลงจาก 4.1% ในปี 2568 เหลือ 3.8% ในปี 2569 และ 3.4% ในปี 2570 แม้ว่าเงินเฟ้อโดยรวมจะลดลง แต่ราคาสินค้าที่สูงยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้ที่แท้จริง โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้น้อย

บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจ

ปัญญาประดิษฐ์ยังคงเป็นหัวข้อสำคัญที่บลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี และรอยเตอร์ส ให้ความสนใจ โดยมีการคาดการณ์ว่า AI จะยังคงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและกระบวนการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ในปี 2569 นี้ คาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการนำร่อง AI ไปสู่การใช้งานจริงทั่วทั้งองค์กร โดยโครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือ และธรรมาภิบาลจะตามทันความสามารถของ AI ภาคส่วนต่างๆ เช่น การสนับสนุนลูกค้า การขาย การตลาด การเงิน และการดำเนินงาน จะถูกขับเคลื่อนด้วยเวิร์กโฟลว์ที่ใช้ AI เป็นหลักมากขึ้น นอกจากนี้ OpenAI ยังได้ระดมทุนได้ 110 พันล้านดอลลาร์ โดยมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 730 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท

นโยบายการค้าโลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ในด้านนโยบายการค้า บลูมเบิร์กรายงานว่าสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาระงับกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าที่ลงนามกับสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว เพื่อหาความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการเก็บภาษีศุลกากรของวอชิงตัน การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศภาษีศุลกากรทั่วโลกที่ 15% ซึ่งตามมาด้วยคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่คัดค้านการใช้อำนาจฉุกเฉินในการกำหนดภาษีอย่างกว้างขวาง สหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐฯ (NRF) ได้ออกแถลงการณ์ว่าคำประกาศของศาลฎีกาเรื่องภาษีศุลกากรช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกสามารถทำงานได้อย่างชัดเจน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจ

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์โลกในปัจจุบันยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงาน และแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างระมัดระวังท่ามกลางโอกาสจากเทคโนโลยี AI และความท้าทายจากนโยบายการค้า.