News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
112

อัปเดตข่าวสารเศรษฐกิจโลก: สรุปจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters

วันที่เผยแพร่: 28 พฤศจิกายน 2568

สรุปประเด็นหลัก

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี.
  • นโยบายการเงิน: นักลงทุนจับตาการประชุม Fed เดือนธันวาคม หลังมีการลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 25 bps.
  • หุ้น Nvidia: รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2568 เป็นสถิติใหม่ ตอกย้ำการเติบโตของ AI.
  • ราคาสินค้าโภคภัณฑ์: ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น 50% ในปี 2568 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อ่อนตัวลงเล็กน้อย.

(กรุงเทพฯ) – ตลาดการเงินโลกยังคงแสดงความผันผวนแต่มีทิศทางบวกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นประเด็นที่ Bloomberg, CNBC, และ Reuters ต่างรายงานอย่างใกล้ชิด

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกแรง หลังแรงซื้อกลุ่มเทคโนโลยีกลับมา (รายงานโดย Bloomberg)

Bloomberg รายงานว่าดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite มีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง. ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ดัชนี Nasdaq ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีพุ่งขึ้นถึง 2.7% และดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 1.6%. การปรับขึ้นดังกล่าวยังคงต่อเนื่องในวันที่ 25 พฤศจิกายน โดย S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวกเพิ่ม 0.9% และ 0.7% ตามลำดับ. นักวิเคราะห์ชี้ว่าแรงผลักดันหลักมาจากความเชื่อมั่นในนวัตกรรมของกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ดัชนี S&P 500 ยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงใกล้ 6,800 จุด.

จับตา Fed และการเติบโตของ Nvidia: สัญญาณจาก CNBC

CNBC มุ่งเน้นไปที่การคาดการณ์นโยบายการเงินของ Fed และผลกระทบต่อตลาดหุ้น โดยนักลงทุนกำลังจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งสุดท้ายของปีในเดือนธันวาคม 2568. ก่อนหน้านี้ Fed ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 Basis Points (bps) ในการประชุมเดือนตุลาคม. แม้จะมีความหวังในการลดดอกเบี้ยครั้งที่สาม แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายเริ่มคาดการณ์ว่าจำนวนครั้งของการลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้อาจมีน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้แต่เดิม.

ในส่วนของข่าวองค์กร CNBC รายงานถึงความโดดเด่นของ Nvidia (NVDA) ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิป AI ที่รายงานรายได้ไตรมาส 3/2568 (สิ้นสุด 26 ตุลาคม 2568) เป็นสถิติใหม่. แม้ว่าราคาหุ้นจะมีการแกว่งตัว แต่บริษัทยังคงได้รับความเชื่อมั่นอย่างสูงจากนักวิเคราะห์ โดยมีการคาดการณ์ว่าราคาหุ้น NVDA อาจจะคงอยู่ในช่วง $210-$220 ภายในสิ้นปี 2568 และบางรายมองว่ามูลค่าตลาดของ Nvidia อาจสูงถึง 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573.

สินค้าโภคภัณฑ์: ทองคำพุ่งแรง น้ำมันอ่อนตัว (รายงานโดย Reuters)

Reuters รายงานความเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่น่าสนใจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์. ราคาทองคำได้สร้างสถิติการพุ่งขึ้นครั้งประวัติศาสตร์ โดยราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 50% ตลอดทั้งปี 2568. ผู้เชี่ยวชาญมองว่าทองคำได้เปลี่ยนสถานะจาก “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven) มาเป็น “สินทรัพย์สำหรับทุกโอกาส” (all-occasions asset).

ในขณะเดียวกัน ตลาดน้ำมันดิบมีการอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยราคาน้ำมันดิบ Brent Futures อยู่ที่ประมาณ $62.8 ต่อบาร์เรล ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ลดลง 0.5%. ราคาน้ำมันดิบ WTI ก็เคลื่อนไหวใกล้เคียง $59.05. การอ่อนตัวของราคาน้ำมันเกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาความพยายามของสหรัฐฯ ในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปทานน้ำมันในระยะยาว และการประเมินอุปสงค์ทั่วโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน.

บทสรุป: ภาพรวมตลาดการเงินโลก ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กลับมาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการคาดหวังในนโยบายผ่อนคลายของ Fed แต่ในขณะเดียวกัน การพุ่งขึ้นของราคาทองคำก็เป็นสัญญาณเตือนถึงความกังวลในเรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่.

(จำนวนคำโดยประมาณ: 530 คำ)