News update from Bloomberg, CNBC, Reuters: การปรับลดดอกเบี้ยของ Fed และผลกระทบต่อตลาดโลก

0
86






ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: การปรับลดดอกเบี้ยของ Fed และผลกระทบต่อตลาดโลก


News update from Bloomberg, CNBC, Reuters: การปรับลดดอกเบี้ยของ Fed และผลกระทบต่อตลาดโลก

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568

สำนักข่าวทางการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสารล่าสุดที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2568 และต้นปี 2569

รายงานวิเคราะห์เชิงลึกจาก Bloomberg: การไหลเข้าของเงินทุนและการคาดการณ์เงินเฟ้อ

Bloomberg ได้เน้นย้ำถึงการวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจเชิงลึก โดยระบุว่าการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ลง 25 จุดพื้นฐานในเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อให้อยู่ในกรอบ 4.00%-4.25% นั้น เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อได้บรรเทาลงแล้ว นักวิเคราะห์ของ Bloomberg ชี้ว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 จะยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% เล็กน้อย แต่แนวโน้มโดยรวมของอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกคาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 4.0% ในปี 2568 และ 3.5% ในปี 2569 ตามลำดับ

รายงานยังระบุถึงผลกระทบต่อตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไหลเข้าของเงินทุน (Capital Inflow) ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงทำให้การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรในประเทศอย่างประเทศไทย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2568 ไว้ในระดับต่ำเพียง 0.4%

มุมมองตลาดจาก CNBC: ความผันผวนของตลาดหุ้นและการมองหา ‘Santa Claus Rally’

CNBC ซึ่งเน้นการรายงานสดจากตลาดและมุมมองจากเทรดเดอร์ (Trader Sentiment) ได้รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีปฏิกิริยาในเชิงบวกต่อสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้น ดัชนีหลักอย่าง S&P 500 และ Dow Jones ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนกำลังจับตาดูว่าตลาดจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ “Santa Claus Rally” หรือการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในช่วงปลายปีได้หรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC แสดงความเห็นว่า การลดดอกเบี้ยของ Fed เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนในการกระตุ้นการจ้างงานและเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม มีการเตือนว่าการลดดอกเบี้ยอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความผันผวนของตลาดในระยะยาว หากการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่สามารถตามทันการคาดการณ์ได้ ผู้จัดการกองทุนหลายรายจึงแนะนำให้ปรับพอร์ตการลงทุนไปสู่กลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

Reuters รายงานผลกระทบระดับโลก: ค่าเงินดอลลาร์และสินค้าโภคภัณฑ์

Reuters ได้ให้ความสำคัญกับผลกระทบในระดับมหภาคและตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex Market) โดยระบุว่า การผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั่วโลก

การอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์มีราคาเป็นดอลลาร์ การที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงจึงทำให้สินค้าเหล่านี้มีราคาถูกลงสำหรับผู้ที่ถือสกุลเงินอื่น ซึ่งเป็นการเพิ่มอุปสงค์ในตลาดโลก นอกจากนี้ Reuters ยังได้รายงานถึงปฏิกิริยาของธนาคารกลางอื่น ๆ ในเอเชีย ซึ่งหลายแห่งเริ่มมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินตาม Fed เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและลดแรงกดดันจากค่าเงินที่แข็งตัวเกินไป

สรุปโดยรวมจากสามสำนักข่าวชั้นนำชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการปรับตัวภายใต้การนำของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ซึ่งเน้นการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนการเติบโต แม้ว่าเงินเฟ้อจะยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูต่อไปในระยะข้างหน้าก็ตาม การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับตลาดทุนทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ได้รับอานิสงส์จากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

อ้างอิง: [1] Euromonitor International, [2] philadelphiafed.org, [3] S&P Global, [4] Investing.com, [7] Bank of Thailand, [8] CBS News, [9] financialcontent.com, [11] nber.org