อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters:
ธนาคารกลางสหรัฐฯ เข้าสู่วัฏจักรผ่อนคลายนโยบายการเงิน ตลาดคาดหวัง ‘ลดดอกเบี้ย’ ต่อเนื่อง
เผยแพร่: 2 ธันวาคม 2568
รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินโลกจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่อัปเดตที่สำคัญและสอดคล้องกันเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนทั่วโลก โดยเฉพาะการเข้าสู่วัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Easing Cycle) หลังจากที่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกไปแล้ว.
การปรับลดดอกเบี้ยของ Fed: จุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่
รายงานระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 โดยการปรับลดดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่ตัวเลขตลาดแรงงานในเดือนสิงหาคมแสดงสัญญาณของการชะลอตัวลงและการเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงาน. การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “วัฏจักรการผ่อนคลาย” (easing cycle) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า Fed กำลังเปลี่ยนโฟกัสจากการควบคุมเงินเฟ้อไปสู่การประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจ.
คริส ไฮซี (Chris Hyzy) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Merrill และ Bank of America Private Bank ให้ความเห็นว่า ตลาดกำลังอยู่ใน “ช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการผ่อนคลายของ Fed” และคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกเป็นครั้งที่สามในปี 2568. อย่างไรก็ตาม, ตลาดการเงินได้ตอบสนองอย่างแข็งแกร่งต่อการลดอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญบางราย เช่น คาร์สเทน บรีสกี (Carsten Brzeski) จาก ING Research ได้เตือนว่า นักลงทุนอาจมองข้ามข้อความของนายเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธาน Fed ซึ่งอาจไม่ได้ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากเท่าที่ตลาดคาดหวัง.
ความท้าทายของเงินเฟ้อและมาตรการ QT
แม้จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่รายงานยังเน้นย้ำถึงความท้าทายด้านเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ Fed ต้องพิจารณา. อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ยังคงอยู่ใกล้ระดับ 3% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่ Fed กำหนดไว้. สถานการณ์นี้ทำให้การตัดสินใจในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ว่าจะเป็นการลดดอกเบี้ย, การคงอัตราดอกเบี้ย, หรือแม้แต่การปรับขึ้น.
นอกจากเรื่องอัตราดอกเบี้ยแล้ว อีกหนึ่งการเคลื่อนไหวที่สำคัญคือการยุติมาตรการลดขนาดงบดุล หรือ Quantitative Tightening (QT). มีรายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยุติการลดขนาดพอร์ตสินทรัพย์ (SOMA portfolio reductions) ในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 หลังจากที่ได้มีการลดขนาดงบดุลลงไปแล้วถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565. การสิ้นสุด QT นี้ถือเป็นการผ่อนคลายสภาพคล่องทางการเงินอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดตราสารหนี้และตลาดเงิน.
ปฏิกิริยาของตลาดโลก
การเปลี่ยนแปลงนโยบายของ Fed ได้ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่หลากหลายในตลาดการเงินทั่วโลก. Bloomberg รายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียมีความผันผวนในการซื้อขายช่วงต้น หลังจากการปรับตัวขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบสองเดือนของสัปดาห์ก่อนหน้า. ขณะที่ฟิวเจอร์สของดัชนี S&P 500 ก็ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเช่นกัน, ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนทั่วโลกต่อสัญญาณที่ซับซ้อนจากธนาคารกลางสหรัฐฯ.
นักวิเคราะห์จากสำนักข่าวทั้งสามแห่งต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การสื่อสารของประธาน Fed และข้อมูลเศรษฐกิจที่กำลังจะประกาศออกมา—โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและตัวเลขการจ้างงาน—จะยังคงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกไปจนถึงสิ้นปีและต้นปีหน้า. การคาดการณ์ของตลาดที่ต้องการให้มีการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องกำลังถูกถ่วงดุลด้วยความกังวลว่าเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงสูงเกินไป. ด้วยเหตุนี้, นักลงทุนจึงถูกกระตุ้นให้ทบทวนและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับ “สัญญาณผ่อนคลายในระยะเริ่มต้น” ที่ Fed กำลังส่งออกมา.
— บทสรุปข่าวจากทีมวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเงินโลก โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters



















