News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
128






News update from Bloomberg, CNBC, Reuters – จับตาตลาดโลก


News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

(กรุงเทพฯ) – ตลาดการเงินโลกได้เริ่มต้นเดือนธันวาคม 2568 ด้วยความผันผวนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงสูง หลังการเทขายครั้งใหญ่ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี และสัญญาณ hawkish จากธนาคารกลางสำคัญของโลก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้เกิดภาวะ “Flight to Safety” หรือการโยกย้ายเงินลงทุนไปสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างรายงานถึงความตึงเครียดของตลาดที่นักลงทุนต้องเผชิญในขณะนี้

Bloomberg ชี้ หุ้นและพันธบัตรโลก “เริ่มต้นอ่อนแอ”

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ตลาดหุ้นและพันธบัตรทั่วโลกได้เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีด้วย “การเริ่มต้นที่อ่อนแอ” (Weak December Start) โดยระบุว่าแรงกดดันหลักมาจากสองปัจจัย ได้แก่ การเทขายในตลาดคริปโตฯ และท่าทีที่แข็งกร้าว (hawkish) จากธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: BoJ) แม้ว่าก่อนหน้านี้ตลาดจะมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย แต่ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดและความเห็นของเจ้าหน้าที่ได้ทำให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังดังกล่าวลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง

Reuters เผย คริปโตฯ ร่วงหนัก นำทัพ “หนีความเสี่ยง”

ปัจจัยเร่งที่สำคัญที่สุดคือวิกฤตความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี Reuters รายงานว่าราคา Bitcoin ได้ดิ่งลงอย่างรุนแรง ต่ำกว่าระดับ $80,553 และ Ethereum (Ether) ก็แตะระดับต่ำสุดในรอบสี่เดือน การร่วงลงของคริปโตฯ เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึง “การหลีกหนีจากสินทรัพย์เสี่ยง” (flight from riskier assets) ทั่วโลก

รายงานของ Reuters ระบุเพิ่มเติมว่า การทรุดตัวของราคา Bitcoin นั้นเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนธันวาคมลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเผชิญกับการเทขายในวงกว้าง โดย Bitcoin ตกอยู่ในภาวะ “น้ำแข็งบาง” (on thin ice) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าที่สูงเกินไปของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดโลกก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเทขายเพื่อลดความเสี่ยง

CNBC วิเคราะห์: การกลับทิศของคาดการณ์ดอกเบี้ยคือชนวน

จากการวิเคราะห์ของสำนักข่าวการเงินชั้นนำอย่าง CNBC และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ตลาดกำลังเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ เนื่องจากคาดการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหวังที่จะเห็น Fed ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้สลายลงอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนต้องประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ภายใต้สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยที่อาจสูงยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ (Higher for Longer)

ภาวะนี้ได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลในตลาดพันธบัตรทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดหุ้นเอเชียและยุโรป โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดความผันผวนของตลาด (Market Volatility) ในช่วงปลายปี

มุมมองตลาดไทย: “ราคาดึงดูด” แต่ต้องระวังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

แม้ตลาดโลกจะเผชิญกับแรงกดดัน แต่ตลาดทุนไทยกลับมีมุมมองที่น่าสนใจ ผู้เชี่ยวชาญในตลาดไทยให้ความเห็นว่า หุ้นและพันธบัตรไทยยังคงมี “ราคาที่ดึงดูด” (attractively priced) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพิจารณาในแง่ของมูลค่าพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนถึงความเสี่ยงหลักในช่วง 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้า นั่นคือความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tensions) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ยังคงสร้างความผันผวนให้กับตลาด

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้แสดงความคาดหวังว่า มูลค่าการซื้อขายในเดือนธันวาคมจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าตลาดในประเทศอาจมีความยืดหยุ่นต่อข่าวร้ายจากตลาดโลกได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังคงต้องจับตาดูการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) อย่างใกล้ชิด

สรุป: รายงานจากสำนักข่าว Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ชัดว่าตลาดโลกได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความระมัดระวัง (risk-off sentiment) โดยมีปัจจัยกดดันจากทั้งตลาดคริปโตฯ และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลก ขณะที่ตลาดไทยยังคงมีปัจจัยบวกภายในประเทศที่น่าสนใจ แต่ความเสี่ยงจากภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

อ้างอิง: [2, 3, 4, 5, 6, 7, 9, 10, 11, 15, 18, 19, 20]