ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณ “ลด” ในอนาคต ดันเงินบาทแข็งค่า ตลาดหุ้นเอเชียพุ่ง

0
116






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณ “ลด” ในอนาคต ดันเงินบาทแข็งค่า ตลาดหุ้นเอเชียพุ่ง


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณ “ลด” ในอนาคต ดันเงินบาทแข็งค่า ตลาดหุ้นเอเชียพุ่ง

กรุงเทพฯ – รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เปิดเผยถึงผลการประชุมนโยบายการเงินครั้งสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ซึ่งมีมติ “คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย” ไว้ที่ระดับเดิมตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่สิ่งที่สร้างความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ให้กับตลาดการเงินทั่วโลกคือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงทันที และเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับหนุนให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียปรับตัวขึ้นยกแผง

สัญญาณผ่อนคลายจากเฟด: เน้นย้ำความคืบหน้าด้านเงินเฟ้อ

ตามรายงานของ Bloomberg และ CNBC ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้แถลงหลังการประชุมว่า คณะกรรมการยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย แต่ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดได้แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าที่แข็งแกร่งในการควบคุมราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดการณ์ใหม่ (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ที่บ่งชี้ว่า มีโอกาสสูงที่จะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 75-100 จุดเบสิส (Basis Points) ในปี 2569 หากแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง

การส่งสัญญาณดังกล่าวถูกตีความโดยนักลงทุนว่าเป็น “จุดสิ้นสุด” ของวงจรการขึ้นดอกเบี้ยที่ดุดัน ส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกตอบรับในเชิงบวก โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 4.20% เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน

เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 3 เดือน ตลาดหุ้นไทย SET Index พุ่ง

ผลกระทบโดยตรงจากการตัดสินใจของเฟดต่อภูมิภาคเอเชียนั้นชัดเจนและรวดเร็ว Reuters รายงานว่า สกุลเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างแข็งค่าขึ้นอย่างพร้อมเพรียง โดย เงินบาทไทย (THB) เป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นที่สุด โดยมีการซื้อขายเคลื่อนตัวจากระดับ 36.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ลงมาอยู่ที่ระดับ 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในช่วงเช้าของวันทำการ

“ความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยของเฟดทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯ สูญเสียเสน่ห์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย การไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) จึงกลับมาสู่ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นผลจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นไทย” นักวิเคราะห์จากธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่กล่าวกับ CNBC

ด้านตลาดทุนไทยก็ได้รับอานิสงส์เต็มที่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปิดตลาดในช่วงบ่ายด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.5% โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มที่พึ่งพาการส่งออกได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นบ่งชี้ถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และความเสี่ยงของเงินทุนไหลออกที่ลดลง

ธนาคารแห่งประเทศไทย: จับตาอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจ

สำหรับนโยบายภายในประเทศ Bloomberg ชี้ว่า การตัดสินใจของเฟดครั้งนี้จะเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งต่อไป แม้ว่า ธปท. จะดำเนินนโยบายที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก แต่การแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่งฟื้นตัว

นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยชั้นนำแห่งหนึ่งให้ความเห็นผ่าน Reuters ว่า “แม้ว่าเงินบาทที่แข็งค่าจะช่วยลดภาระต้นทุนนำเข้าและช่วยควบคุมเงินเฟ้อภายในประเทศได้ แต่หากการแข็งค่าเป็นไปอย่างรวดเร็วเกินไป ธปท. อาจต้องพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หรืออย่างน้อยที่สุด การส่งสัญญาณของเฟดครั้งนี้จะทำให้ ธปท. มีพื้นที่ในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยของไทยได้ง่ายขึ้น หากเศรษฐกิจในประเทศยังคงต้องการแรงกระตุ้น”

โดยสรุปแล้ว ข่าวอัปเดตจากสำนักข่าวระดับโลกทั้งสามแห่งยืนยันว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมีการเปลี่ยนผ่านจากยุคดอกเบี้ยสูงไปสู่ยุคที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุนในตลาดเอเชียและตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น แต่ยังคงต้องติดตามความผันผวนของค่าเงินอย่างใกล้ชิดต่อไป