News update from Bloomberg, CNBC, Reuters – รายงานพิเศษ: สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและการตัดสินใจของธนาคารกลาง

0
86






News update from Bloomberg, CNBC, Reuters – รายงานพิเศษ: สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและการตัดสินใจของธนาคารกลาง


News update from Bloomberg, CNBC, Reuters – รายงานพิเศษ: สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและการตัดสินใจของธนาคารกลาง


รายงานจาก: Bloomberg, CNBC, Reuters

ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประกาศนโยบายการเงินครั้งสำคัญในช่วงปลายปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางของอัตราดอกเบี้ยโลก และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่กำลังเพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณ ‘หยุด’ อัตราดอกเบี้ย

รายงานจาก Bloomberg และ CNBC ชี้ตรงกันว่า ในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม ซึ่งเป็นการยืนยันสัญญาณการสิ้นสุดวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ยาวนาน. การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ของสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอตัวลงใกล้เป้าหมาย 2%.

เจเน็ต ลอว์สัน นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า “แม้ Fed จะยังคงระมัดระวังและเน้นย้ำว่าการลดดอกเบี้ยยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่การใช้ถ้อยคำในการแถลงการณ์ที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ได้ส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ตอบรับในเชิงบวก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Treasury Yields) อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงทันที สะท้อนความคาดหวังของตลาดที่มองเห็นโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยในไตรมาสที่สองของปี 2569”

ECB เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจซบเซา

ในขณะเดียวกัน Reuters และ Bloomberg รายงานสถานการณ์ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ว่ามีความแตกต่างออกไป โดย ECB ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้เช่นกัน แต่ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่สูงขึ้นจากข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มประเทศยูโรโซน. ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีและอิตาลีในช่วงไตรมาสที่สี่ของปี 2568 เติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงภายใน Governing Council ของ ECB ว่าควรจะส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้แล้วหรือไม่.

  • ประธาน ECB คริสติน ลาการ์ด แถลงว่า “แม้เศรษฐกิจจะอ่อนแอ แต่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินเฟ้อในภาคบริการ ทำให้ ECB ยังไม่สามารถประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อได้ และยังคงต้องยึดมั่นในแนวทางการดำเนินนโยบายที่ขึ้นอยู่กับข้อมูล”

ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกและประเทศกำลังพัฒนา

รายงานเชิงวิเคราะห์จาก CNBC และ Reuters ได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ซ้อนทับกันสำหรับเศรษฐกิจโลกในปี 2569 โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา. ธนาคารโลก (World Bank) ได้ออกคำเตือนอย่างชัดเจนว่า ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากยังคง “ไม่พ้นอันตราย” เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงเป็นประวัติการณ์ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้.

การ์เร็ทท์ มอร์ริส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคเอเชียจาก CNBC ชี้ให้เห็นว่า การที่ Fed ส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ยอาจช่วยลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้ในระยะสั้น แต่ปัญหาหนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชนในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งยังคงเป็นระเบิดเวลา.

สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน การคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทและช่วยให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีพื้นที่ในการตัดสินใจนโยบายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจยุโรปที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.

สรุปโดยรวม: ทิศทางของนโยบายการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วง ‘หยุดพัก’ แต่ความแตกต่างของภาวะเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ ที่กำลังมี Soft Landing กับยุโรปที่กำลังเผชิญภาวะซบเซา ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดโลก การตัดสินใจของธนาคารกลางทั้งสองแห่งในช่วงปลายปีนี้จะเป็นตัวกำหนดสภาพคล่องและทิศทางการลงทุนทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.