สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกปลายปี 2025 เผชิญความท้าทายจากสงครามการค้าและความแตกต่างทางเศรษฐกิจ
รายงานข่าว: วันที่ 7 ธันวาคม 2568
วอชิงตัน ดี.ซี. – รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ได้เผยให้เห็นภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับความผันผวนและความแตกต่างที่ขยายวงกว้าง โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากความตึงเครียดทางการค้า และการเติบโตที่ไม่สม่ำเสมอของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2568: การเติบโตที่ชะลอตัวและความตึงเครียดทางการค้า
หลายสำนักข่าวต่างเน้นย้ำถึงการชะลอตัวของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการทวีความรุนแรงของมาตรการภาษีศุลกากรทางการค้า (Trade Tariffs) ที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างประเทศมหาอำนาจ รายงานของ Bloomberg ได้ระบุถึงการคาดการณ์ที่สอดคล้องกับสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งที่มองว่าผลกระทบสะสมจากสงครามการค้าได้เริ่มส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการลงทุนทั่วโลกอย่างชัดเจน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐอเมริกาสำหรับปี 2568 ลงเหลือเพียง 1.8% จากเดิมที่ 2.7% ซึ่งเป็นผลมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าและปัญหาหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม, ในการปรับปรุงรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเมื่อเดือนมกราคม 2568 (World Economic Outlook) IMF ได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างที่น่าสนใจ โดยระบุว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนตุลาคม แต่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วนั้น สหรัฐอเมริกากลับแสดงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่เหนือกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า การเติบโตที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐฯ นี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงภาพรวมเศรษฐกิจโลกไม่ให้ตกต่ำลงไปมากกว่านี้
ความแตกต่างทางเศรษฐกิจ (Divergences) และสัญญาณเงินเฟ้อในยุโรป
นักวิเคราะห์จาก CNBC และ Reuters ต่างให้ความสนใจกับปรากฏการณ์ “ความแตกต่างที่ขยายวงกว้าง” (Widening Divergences) ซึ่งหมายถึงความเหลื่อมล้ำของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคและกลุ่มประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างสหรัฐฯ กับกลุ่มประเทศในยูโรโซน ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงแสดงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ กลุ่มประเทศในยุโรปหลายแห่งยังคงเผชิญกับแรงกดดันด้านการเติบโตที่ต่ำกว่าคาดการณ์
รายงานของ Reuters ได้เผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อของฝรั่งเศสในเดือนธันวาคม ซึ่งอยู่ที่ 1.8% ต่ำกว่าตัวเลขที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สัญญาณเงินเฟ้อที่ชะลอตัวในเศรษฐกิจหลักของยุโรปนี้อาจเปิดทางให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการพิจารณานโยบายการเงินในอนาคต แต่ก็สะท้อนถึงอุปสงค์ภายในที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งเป็นอีกด้านหนึ่งของความแตกต่างทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเกิดขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดการเงินและการลงทุน
ตลาดการเงินทั่วโลกได้ตอบสนองต่อข่าวสารเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง รายงานประจำวันจาก Aljazira Capital ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg และ Reuters ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนยังคงจับตาดูการตัดสินใจเชิงนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความคืบหน้าของการเจรจาทางการค้า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่มีรายงานว่ากำลังมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลง (ตามรายงานของ CNBC) ยิ่งเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดหุ้น
โดยสรุปแล้ว ข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters ในช่วงปลายปี 2568 ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องบริหารจัดการความแตกต่างและความท้าทายที่ซับซ้อน ปัจจัยหลักคือผลกระทบที่ยืดเยื้อจากสงครามการค้าและการเติบโตที่ไม่สมดุลของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดการเงินและการลงทุนในปี 2569
แหล่งข้อมูล: รายงานข่าวและบทวิเคราะห์จาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters (ธันวาคม 2568)
อ้างอิง:



















