ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่ง! เฟดจ่อหั่นดอกเบี้ย ธันวาคม 2568

0
63






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่ง! เฟดจ่อหั่นดอกเบี้ย ธันวาคม 2568 – กรุงเทพธุรกิจ


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่ง! เฟดจ่อหั่นดอกเบี้ย ธันวาคม 2568

รายงานข่าวจาก สำนักข่าวชั้นนำ: Bloomberg, CNBC, และ Reuters

วอชิงตัน ดี.ซี. – ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่ภาวะกระทิงอย่างคึกคักในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 หลังจากที่สำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างรายงานตรงกันถึงความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้

แรงผลักดันหลักมาจากข้อมูลอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อหมดไป และเปิดทางให้ Fed เริ่มวงจรการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกครั้งใหญ่ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและตลาดทุนในเอเชีย

สัญญาณเงินเฟ้อผ่อนคลาย เปิดทางสู่การ ‘หั่นดอกเบี้ย’

รายงานล่าสุดของ Bloomberg และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ (US Inflation Rate) ได้ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 3.0% ในเดือนกันยายน 2568 ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 3.1% แม้ว่าตัวเลขนี้จะยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของ Fed แต่ทิศทางการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดว่า Fed สามารถบรรลุเป้าหมายการควบคุมเงินเฟ้อได้โดยไม่ต้องผลักดันเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง (Hard Landing)

CNBC รายงานว่า จากการประเมินโดยใช้ Federal Funds Futures ตลาดได้เพิ่มโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมวันที่ 9-10 ธันวาคม 2568 ขึ้นไปสูงถึง 80% ถึง 87% ซึ่งถือเป็นระดับความเชื่อมั่นที่สูงมาก เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่มีความผันผวนอย่างรุนแรง

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ที่ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ระบุว่า “การลดลงของเงินเฟ้อที่สำคัญที่สุดคือในภาคบริการและราคาพลังงานที่ทรงตัว ทำให้ตลาดมั่นใจว่า Fed จะไม่พลาดโอกาสนี้ในการส่งสัญญาณผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวลง”

ตลาดหุ้นเอเชียและไทยรับอานิสงส์เต็มๆ

ผลจากความคาดหวังเชิงบวกนี้ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตลาดหุ้นในเอเชียที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้า (Capital Inflow) ที่คาดว่าจะตามมาหลัง Fed เริ่มลดดอกเบี้ย

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนคาดหวังว่าต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลงจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและภาคธุรกิจ
  • ตลาดหุ้นเอเชีย: ดัชนีหลักในภูมิภาค เช่น Nikkei 225 ของญี่ปุ่น และ KOSPI ของเกาหลีใต้ ต่างพุ่งขึ้นตามวอลล์สตรีท โดยนักลงทุนมองว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของเอเชีย
  • ตลาดหุ้นไทย (SET Index): ได้รับแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มการเงิน นอกจากนี้ เงินบาท (THB) ยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลดีต่อการนำเข้าและลดภาระหนี้สกุลเงินต่างประเทศของภาคธุรกิจไทย

มุมมองนักเศรษฐศาสตร์: โอกาสทองของตลาดเกิดใหม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จาก Morgan Stanley ซึ่งให้ข้อมูลกับ Reuters แสดงความเห็นว่า การที่ Fed เริ่มส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยถือเป็น “โอกาสทอง” สำหรับตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เช่น ประเทศไทย เนื่องจากเป็นการลดความเสี่ยงด้านเงินทุนไหลออก และทำให้ธนาคารกลางในภูมิภาคมีช่องว่างในการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยของตนเองตามได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม CNBC ได้เตือนให้จับตาดูความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะแม้ความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยจะสูง แต่หากมีข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดออกมาอีกครั้ง ก็อาจทำให้ Fed ลังเลและทำให้ตลาดกลับมาผันผวนได้อีกครั้ง

โดยสรุป ทิศทางเศรษฐกิจโลกในช่วงท้ายปี 2568 กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยความหวังจากนโยบายผ่อนคลายของ Fed ที่ใกล้จะมาถึง ซึ่งเป็นข่าวดีที่นักลงทุนและภาคธุรกิจทั่วโลกรอคอย และเป็นหัวข้อหลักที่สำนักข่าวการเงินระดับโลกทั้งสามให้ความสำคัญในการรายงานอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลอ้างอิง: Bloomberg, CNBC, Reuters และบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำ (อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่มีการคาดการณ์ตลาด ณ เดือน ธ.ค. 2568)