ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

0
84






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

(กรุงเทพฯ) สำนักข่าวการเงินและเศรษฐกิจชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 โดยมีสัญญาณเตือนถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า ขณะที่ตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังคงจับตาข้อมูลเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนดังกล่าว รัฐบาลไทยยังคงยืนยันถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และคาดหวังการเติบโตที่ดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี.

เศรษฐกิจโลก “จวนเจียน” ชะลอตัวหนัก

รายงานจากหลายแหล่งข่าวระบุตรงกันถึงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานที่ชี้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือเพียง 2.6% ในปี 2568 จาก 2.9% ในปี 2567 องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกโรงเตือนว่าเศรษฐกิจโลกกำลัง “จวนเจียน” (on the brink) เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน แรงกดดันที่สำคัญมาจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และความเครียดในภาคการเงินที่ยังคงมีอยู่ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าโลกและการลงทุนระหว่างประเทศ.

ตลาดสหรัฐฯ ผันผวน จับตาข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญ

ตลาดการเงินในสหรัฐอเมริกาแสดงความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา โดยดัชนีตลาดหุ้นหลัก ๆ ปิดตัวลงแบบผสมผสานและเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่สำคัญในวันศุกร์ สถานการณ์ในตลาดตราสารหนี้มีความตึงเครียดมากขึ้น โดยมีการรายงานว่าตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าสู่สัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบหกเดือน ก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่สำคัญ นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามองสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการเคลื่อนย้ายเงินทุนทั่วโลก.

ประเด็นภาษีและการค้าโลกยังคงเป็นความท้าทาย

การค้าโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายจากประเด็นภาษีและกฎระเบียบการบังคับใช้ใหม่ ๆ แม้ว่าความคาดหวังเกี่ยวกับภาษีใหม่จะกระตุ้นให้เกิดการค้าโลกเพิ่มขึ้นในระยะสั้นเมื่อช่วงต้นปี 2568 แต่การเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านการนำเข้าในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างประเทศไทย.

เศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพ มาตรการรัฐหนุนไตรมาส 4

ในทางตรงกันข้ามกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทยได้ออกมากล่าวยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพเป็นอย่างมาก และคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะช่วยผลักดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ขยายตัวได้ดีขึ้น การประเมินในเชิงบวกนี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศว่าเศรษฐกิจไทยยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีกลไกในการรับมือกับความผันผวนจากภายนอกได้.

สรุปและข้อควรระวัง

โดยสรุป รายงานจากสำนักข่าว Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้ฉายภาพความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าสำหรับเศรษฐกิจโลก ทั้งจากภาวะชะลอตัวที่คาดการณ์ไว้ ความผันผวนของตลาดการเงินสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางการค้า ถึงแม้ว่ารัฐบาลไทยจะแสดงความมั่นใจในเสถียรภาพและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และนโยบายการค้าโลก เนื่องจากความเสี่ยงภายนอกเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย.

อ้างอิง: ข้อมูลจากการสืบค้น ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2568