อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: เฟดลดดอกเบี้ย 25 BPS ดันตลาดหุ้นทำนิวไฮ รายงานจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

0
123






อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: เฟดลดดอกเบี้ย 25 BPS ดันตลาดหุ้นทำนิวไฮ | รายงานจาก Bloomberg, CNBC, Reuters


อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: เฟดลดดอกเบี้ย 25 BPS ดันตลาดหุ้นทำนิวไฮ
รายงานจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

กรุงเทพฯ – ตลาดการเงินทั่วโลกตอบรับเชิงบวกอย่างรุนแรง หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 จุดพื้นฐาน (basis points: BPS) ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันถึงความสำเร็จในการควบคุมเงินเฟ้อและการเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะ “Soft Landing” ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยดัชนีตลาดหุ้นสำคัญหลายแห่งพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทันที รายงานข่าวนี้ได้รับการติดตามและวิเคราะห์อย่างใกล้ชิดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters

มติเอกฉันท์ของ Fed และการคาดการณ์ปี 2569

สำนักข่าว Reuters และ Bloomberg รายงานตรงกันว่า การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาอยู่ที่ระดับ 5.00%-5.25% ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) ว่าวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยได้สิ้นสุดลงแล้ว การลดดอกเบี้ย 25 BPS เป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ รวมถึงการคาดการณ์จาก BofA Global Research ที่ได้ระบุไว้ก่อนหน้า นอกจากนี้ แผนภาพ “Dot Plot” ล่าสุดยังชี้ให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ Fed ส่วนใหญ่ยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อยสองครั้งในปี 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว

ประธาน Fed ได้กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า “ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของตลาดแรงงานและการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อที่เข้าใกล้เป้าหมาย 2% อย่างต่อเนื่อง การปรับนโยบายครั้งนี้เป็นการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน” การแถลงดังกล่าวได้รับการเผยแพร่และวิเคราะห์ทุกถ้อยคำโดย Bloomberg Television ซึ่งเน้นย้ำถึงความระมัดระวังแต่ก็มองโลกในแง่ดีของธนาคารกลาง

ตลาดหุ้นพุ่งทำ “All-Time High”

รายงานจาก CNBC ชี้ให้เห็นถึงปฏิกิริยาของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนี S&P 500 ที่ปิดตัวที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) และดัชนี Dow Jones Industrial Average ก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน นักลงทุนตีความการลดดอกเบี้ยนี้ว่าเป็นการ “ให้อิสระ” ทางการเงิน (Monetary Freedom) สำหรับการเติบโตของผลกำไรของบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ซึ่งเป็นผู้นำตลาดในช่วงที่ผ่านมา

ในตลาดพันธบัตร ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-Year Treasury Yield) ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนมองว่าความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยได้ลดลงแล้ว ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) และเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง (Risk Assets) มากขึ้น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงตลาดในภูมิภาคเอเชีย

การวิเคราะห์และมุมมองปี 2569: ความหวังและความเสี่ยง

การวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาสตร์และวาณิชธนกิจชั้นนำที่ถูกอ้างถึงในรายงานของสำนักข่าวทั้งสามแห่ง สะท้อนมุมมองที่ผสมผสานสำหรับปี 2569 J.P. Morgan Global Research และ Morgan Stanley ต่างชี้ว่า ตลาดการเงินกำลังเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความคาดหวังในการฟื้นตัวของตลาดหุ้นที่แข็งแกร่งขึ้น หลังจากการลดดอกเบี้ยของ Fed โดยคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงในปี 2569 แต่แหล่งที่มาของการเติบโตจะเริ่มเปลี่ยนไปสู่ภูมิภาคอื่น ๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง รายงานของ J.P. Morgan ระบุว่า มีโอกาสถึง 35% ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญกับภาวะถดถอย (Recession) ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 แม้ว่า Fed จะเริ่มผ่อนคลายนโยบายแล้วก็ตาม นักวิเคราะห์ของ Reuters ชี้ว่า นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะเปิดเผยในช่วงต้นปีหน้าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่นโยบายการค้าและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่

โดยสรุป การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนธันวาคม 2568 ได้สร้างบรรยากาศของความหวังและจุดประกายการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งเป็นการส่งท้ายปีที่เต็มไปด้วยความผันผวนได้อย่างสวยงาม แต่การจับตาสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ จะเป็นหัวข้อข่าวสำคัญที่สำนักข่าว Bloomberg, CNBC, และ Reuters จะยังคงติดตามอย่างต่อเนื่องในปี 2569

อ้างอิง: [1], [3], [4], [5], [6], [8], [13]