ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนรับมติเฟดลดดอกเบี้ย ธ.ค. 2025

0
67






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนรับมติเฟดลดดอกเบี้ย ธ.ค. 2025


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนรับมติเฟดลดดอกเบี้ย ธ.ค. 2025

วอชิงตัน ดี.ซี. / นิวยอร์ก: ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่ช่วงท้ายปี 2025 ด้วยความผันผวนครั้งใหญ่ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงตามความคาดหมายในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม การสื่อสารของประธานธนาคารกลางฯ เกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 ได้สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนในวอลล์สตรีทและตลาดเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน รายงานข่าวเชิงลึกจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยให้เห็นภาพรวมของปฏิกิริยาตลาดที่แตกต่างกันในแต่ละสินทรัพย์ ตั้งแต่พันธบัตร หุ้น ไปจนถึงทองคำและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

Bloomberg: วิเคราะห์เส้นทางนโยบายการเงินและความคาดหวังพันธบัตร

Bloomberg รายงานว่า แม้การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed จะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ความกังวลเกี่ยวกับจังหวะการปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026 ยังคงเป็นประเด็นหลักที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ นักวิเคราะห์ของ Bloomberg ชี้ว่า ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ย Fed Funds Rate จะลดลงมาอยู่ที่ราว 3% ภายในสิ้นปีหน้า ซึ่งเป็นระดับที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury Yield) จะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 3.75% ถึง 4.25%

รายงานระบุว่า วอลล์สตรีทได้ระงับการวางเดิมพันครั้งใหญ่ก่อนการตัดสินใจของ Fed โดยรอดูเบาะแสที่ชัดเจนเกี่ยวกับเส้นทางของอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว การที่ Fed ยังคงมองว่าตลาดแรงงานยังคง “แข็งแกร่ง” และอัตราเงินเฟ้อยังคง “สูงขึ้นเล็กน้อย” ได้ส่งผลให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกันในหมู่นักเศรษฐศาสตร์และตลาดการเงิน โดยนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ตลาดการเงินบางส่วนกลับมองไปถึงเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่ปกคลุมต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

CNBC: จับตาความผันผวนของตลาดหุ้นและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ด้าน CNBC ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังคงมีความผันผวนสูงในช่วงท้ายปี ดัชนีหลักอย่าง S&P 500 และ Nasdaq ปิดตัวลดลงในช่วงต้นสัปดาห์การซื้อขายสุดท้ายของปี ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI-tied shares) ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อ Nasdaq อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม CNBC ชี้ว่า ตลาดหุ้นได้มีช่วง “Relief Rally” (การปรับตัวขึ้นจากความโล่งใจ) หลังจากที่มีการเปิดเผยรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สร้างความประหลาดใจในแง่บวก ข้อมูลเศรษฐกิจที่แสดงสัญญาณการชะลอตัวของเงินเฟ้อได้กระตุ้นให้นักลงทุนกลับมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางตัวที่ได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรก็ปรับตัวลดลงตามข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมา ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้น การวิเคราะห์ของ CNBC เน้นย้ำว่า การรอคอยรายงาน CPI ที่ล่าช้าออกไปนั้น ได้สร้างความตึงเครียดให้กับตลาดก่อนที่ข้อมูลจะถูกเปิดเผย

Reuters: รายงานดอลลาร์อ่อนค่าและทองคำทำสถิติสูงสุด

Reuters รายงานถึงปรากฏการณ์ที่สำคัญที่สุดในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) คือการอ่อนค่าลงอย่างหนักของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการพุ่งขึ้นของทองคำ รายงานระบุว่า เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเกือบ 10% ตลอดทั้งปี 2025 ซึ่งถือเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 8 ปี โดยมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าต่อเนื่องไปถึงปี 2026 เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป

ในทางกลับกัน ราคาทองคำและเงินได้ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2025 การพุ่งขึ้นของโลหะมีค่านี้เกิดจากความหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Assets) ที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นทั่วโลก นักวิเคราะห์ตลาดบางรายที่ Reuters อ้างถึงมองว่า ทองคำซึ่งเป็น “ท่าเรือที่ปลอดภัยที่สุดในยามวิกฤต” กำลังจะมีผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา

ผลกระทบต่อตลาดทุนไทย: SET Index ดิ่งหลังมติลดดอกเบี้ย

สำหรับประเทศไทย การตัดสินใจของ Fed มีผลกระทบทันทีต่อตลาดหุ้นไทย (SET Index) รายงานระบุว่า ดัชนีหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงหลัง Fed ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยตามที่คาดการณ์ไว้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2025 แม้ว่าก่อนหน้านี้ตลาดเอเชียรวมถึงไทยและไต้หวันจะเคยปรับตัวสูงขึ้นจากความหวังในการลดดอกเบี้ย แต่เมื่อมีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ ตลาดกลับแสดงปฏิกิริยาในเชิงลบ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการรับรู้ข่าวไปล่วงหน้า (Priced-in) และการขายทำกำไร (Profit-taking)

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2025 และ 2026 ว่าจะขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ก่อนหน้า แต่ก็ยอมรับว่าการส่งออกสินค้าของไทยได้เริ่มได้รับผลกระทบจากนโยบายทางการค้าของสหรัฐฯ นักวิเคราะห์ในประเทศแนะนำให้นักลงทุนติดตามนโยบายของ Fed อย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวของตลาดโลกและตลาดทุนไทยในระยะข้างหน้า

อ้างอิง: