สรุปข่าวเด่นประจำวัน: รายงานล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

0
90






สรุปข่าวเด่นประจำวัน: รายงานล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters


สรุปข่าวเด่นประจำวัน: รายงานล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ช่วงท้ายปี 2568 ด้วยความผันผวนและความคาดหวังต่อปี 2569 โดยรายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่ข้อมูลสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนทั่วโลก ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไปจนถึงทิศทางของหุ้นเทคโนโลยีและราคาน้ำมันดิบโลก

ประเด็นหลักที่ถูกจับตามองคือการตัดสินใจของ Fed ที่เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน, ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกระแส AI, และการคาดการณ์ราคาน้ำมันที่อาจลดลงอย่างต่อเนื่องในปีหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้

1. Bloomberg: เฟดเริ่ม “ลดดอกเบี้ย” ตอบรับสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว

ตามรายงานจาก Bloomberg ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดในช่วงปลายปี 2568 ด้วยการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย Fed Funds Rate ลง 25 Basis Points ในการประชุมเดือนธันวาคม โดยกำหนดเป้าหมายใหม่ให้อยู่ในกรอบ 3.50% ถึง 3.75% การเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Fed เริ่มให้ความสำคัญกับการประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น หลังจากที่สามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่จัดการได้แล้ว.

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปเพื่อตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่แสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภคและอัตราการว่างงานที่เริ่มสูงขึ้นเล็กน้อย นักวิเคราะห์ของ Bloomberg ชี้ว่า ตลาดกำลังตีความว่านี่คือจุดเริ่มต้นของวัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Easing Cycle) และคาดการณ์ว่า Fed อาจปรับลดดอกเบี้ยลงอีกอย่างน้อย 50 Basis Points ภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งส่งผลให้ตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนวันหยุดยาว.

2. CNBC: หุ้น NVIDIA เผชิญแรงขายทำกำไร นักลงทุนจับตาอนาคต AI ในปี 2569

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้นของบริษัท NVIDIA (NVDA) ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นศูนย์กลางความสนใจของตลาดหุ้นแม้จะมีความผันผวนในช่วงปลายปี ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นเกือบ 30% ตลอดปี 2568 และมูลค่าตลาดแตะระดับกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี แต่รายงานล่าสุดชี้ว่าหุ้นได้เผชิญกับแรงขายทำกำไรอย่างหนักในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม.

นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าหุ้น NVIDIA มีศักยภาพที่จะทำราคาสูงสุดใหม่ก่อนสิ้นปี เนื่องมาจากความต้องการชิป GPU ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลกที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับสัญญาณการชะลอตัวของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของลูกค้าบางราย รวมถึงการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นบวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งใหม่ที่ช่วยหนุนราคาหุ้นก่อนปิดตลาด.

3. Reuters: ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวน คาดลดลงต่อเนื่องในปี 2569

ด้าน Reuters รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลก โดยระบุว่าราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังคงมีความผันผวนสูงในช่วงปลายปี 2568 โดยเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างระดับต่ำสุดที่ประมาณ 59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และสูงสุดที่ประมาณ 82 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แม้จะมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Tensions) ในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นระยะ แต่ปัจจัยด้านอุปทานที่ล้นตลาดกลับเป็นแรงกดดันหลัก.

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ที่อ้างอิงโดย Reuters คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบ Brent จะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 68.91 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2569 และมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากกำลังการผลิตน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ที่ไม่ใช่องค์การ OPEC ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายงานดังกล่าวเน้นย้ำว่าตลาดน้ำมันในปีหน้าจะยังคงถูกครอบงำด้วยพลวัตของอุปทานและอุปสงค์ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์เชื้อเพลิงฟอสซิลที่อาจถึงจุดสูงสุดภายในปี 2573.

บทสรุป: การรายงานข่าวจากสามสำนักยักษ์ใหญ่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบเศรษฐกิจโลก โดยการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed อาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นในปี 2569 ในขณะที่นักลงทุนยังคงต้องประเมินความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีและทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์