อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาเศรษฐกิจโลก, เทคโนโลยี AI และภูมิรัฐศาสตร์

0
50






อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาเศรษฐกิจโลก, เทคโนโลยี AI และภูมิรัฐศาสตร์


อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาเศรษฐกิจโลก, เทคโนโลยี AI และภูมิรัฐศาสตร์

สถานการณ์ข่าวทั่วโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเต็มไปด้วยพลวัตและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเด็นนโยบายการค้าของสหรัฐฯ, แนวโน้มตลาดการเงินโลก, ความก้าวหน้าและผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคสำคัญต่างๆ สำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงพัฒนาการที่น่าสนใจในหลายด้าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมทั่วโลก

นโยบายการค้าและการเก็บภาษีของสหรัฐฯ: จุดเปลี่ยนและความผันผวน

ประเด็นร้อนแรงที่สุดประการหนึ่งคือการตัดสินใจของศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่มีคำวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับโครงการเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งใช้ภายใต้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบโต้ทันทีด้วยการออกคำสั่งบริหารเพื่อกำหนดอัตราภาษีใหม่ที่ 15% ภายใต้มาตรา 122 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 การเคลื่อนไหวนี้สร้างความไม่แน่นอนเพิ่มเติมให้กับการเจรจาข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือ (CUSMA) และทำให้สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปต้องเร่งหาความชัดเจนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับสหรัฐฯ

ตลาดการเงินแสดงปฏิกิริยาเริ่มต้นด้วยความผันผวน โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อย และราคาน้ำมันปรับลดลงก่อนจะทรงตัว อย่างไรก็ตาม นักยุทธศาสตร์ตลาดมองว่าเศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นต่อ “ความปั่นป่วนจากภาษีทรัมป์” และมองว่าการปรับภาษีครั้งนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนมากกว่าการปรับโครงสร้างเชิงลึก ในทางกลับกัน พรรคเดโมแครต โดยเฉพาะผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรอย่าง ฮาคีม เจฟฟรีส์ ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีของทรัมป์ โดยระบุว่าเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ชาวอเมริกัน และไม่สามารถลดการขาดดุลการค้าหรือนำงานภาคการผลิตกลับมาได้ รายงานจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์กยังชี้ว่า ผู้บริโภคและภาคธุรกิจในสหรัฐฯ เป็นผู้แบกรับภาระภาษีนำเข้าของทรัมป์เกือบทั้งหมด หรือประมาณ 90%

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก: ความยืดหยุ่นและการเติบโตที่แตกต่าง

ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตลาดการเงินโลกมีการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงและการปรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักๆ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีดาวโจนส์สามารถปิดเหนือระดับ 50,000 จุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ดัชนีหลักอย่างดาวโจนส์ S&P500 และ Nasdaq กลับปิดลบในบางวันเนื่องจากปัจจัยต่างๆ ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปแสดงให้เห็นถึง “ความยืดหยุ่นที่น่าประทับใจ” โดย OECD ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตของยูโรโซนเป็น 1.3% ในปีนี้

แนวโน้มการเงินโลกในปี 2569 คาดว่าจะเห็นความแตกต่างในการดำเนินนโยบายการเงินทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของตลาดหนี้สาธารณะในบางประเทศ ราคาน้ำมันดิบ (WTI และ Brent) ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 2% เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในตะวันออกกลาง ส่วนราคาทองคำ ซึ่งก่อนหน้านี้ลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ก็กลับมาปรับขึ้นเล็กน้อยในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายภาษี สำหรับญี่ปุ่น อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ในเดือนมกราคม 2569 ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565

เทคโนโลยี AI: พลังขับเคลื่อนและภัยคุกคามใหม่

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นกระแสหลักที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวัน หุ้นกลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ร่วงลงอย่างหนักถึง 5-9% หลังจาก Anthropic เปิดตัว “Claude Code Security” ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ที่สามารถสแกนและแก้ไขช่องโหว่ของโค้ดได้โดยอัตโนมัติ สร้างความกังวลว่า AI อาจเข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยแบบดั้งเดิม ในขณะเดียวกัน Google กำลังขยายตลาดชิป AI โดยการลงทุนใน “Neocloud” สนับสนุนนักขุดคริปโตให้ใช้ชิป TPU และจำหน่ายชิป TPU ให้กับลูกค้านอกองค์กรโดยตรง

อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Unitree ตั้งเป้าส่งมอบหุ่นยนต์ในปี 2569 ให้มากกว่าคู่แข่งในสหรัฐฯ รวมกัน นอกจากนี้ Samsung และ SK Hynix คาดว่าจะปรับขึ้นราคาชิป HBM4 ถึง 20-30% เนื่องจากความต้องการ AI ที่สูงจาก Nvidia และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงอุปทานที่ตึงตัว ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรของบริษัท แม้กระทั่งในวงการข่าว สำนักข่าว Reuters ก็ได้นำเครื่องมือ AI (FactGenie) มาใช้เพื่อเร่งความเร็วในการนำเสนอข่าวสารทางการเงิน Gartner ได้ระบุ 10 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญในปี 2569 ที่ล้วนเชื่อมโยงกับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI รวมถึงแพลตฟอร์ม AI Supercomputing, Multi-Agent Systems และ AI Security Platforms ด้าน Microsoft เชื่อว่า AI จะเข้ามามีบทบาทเป็น “คู่คิด” ที่ช่วยเสริมศักยภาพของมนุษย์ในหลากหลายสาขา เช่น การแพทย์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงอยู่ในระดับสูง โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้เตือนอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และพิจารณาการโจมตีแบบ “จำกัด” รัฐบาลอินเดียได้แนะนำให้พลเมืองของตนเดินทางออกจากอิหร่าน เนื่องจากมีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหม่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีด้านแร่ธาตุสำคัญจาก 54 ประเทศและสหภาพยุโรป โดยมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ใหม่ 11 ฉบับ เพื่อลดการพึ่งพาจีนในด้านแร่ธาตุสำคัญ

ข่าวองค์กรและอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • PayPal กำลังได้รับความสนใจในการเข้าซื้อกิจการ หลังจากราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมาก
  • Citi ใกล้จะขายหุ้นใน Banamex ให้กับกลุ่มนักลงทุนซึ่งรวมถึง Blackstone
  • หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของสหราชอาณาจักร (FCA) ได้เริ่มดำเนินคดีทางกฎหมายกับ HTX (เดิมชื่อ Huobi) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี ในข้อหาโปรโมทบริการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างผิดกฎหมายแก่ผู้บริโภคในสหราชอาณาจักร
  • Loblaw บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของแคนาดา มีแผนจะสร้างร้านค้าใหม่ 70 แห่ง และปรับปรุงอีก 191 แห่งในปี 2569
  • มีการเรียกคืนนมผงสำหรับทารกทั่วแคนาดา เนื่องจากความเสี่ยงจากสารพิษ

สรุปได้ว่าโลกกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่มีความท้าทายและโอกาสมากมาย จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าที่สำคัญไปจนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI ที่ปฏิวัติวงการ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด บทบาทของสื่อชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเพื่อให้นักลงทุน ผู้นำ และสาธารณชนสามารถเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้