News update from Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาวิกฤตดอกเบี้ยโลก – การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนธันวาคม 2568

0
83






News update from Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาวิกฤตดอกเบี้ยโลก – การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนธันวาคม 2568


News update from Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาวิกฤตดอกเบี้ยโลก – การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนธันวาคม 2568

สามสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ได้แก่ Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve – Fed) โดยเฉพาะการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดการเงินทั่วโลก

รายงานข่าวล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นในตลาดได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยนักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ต่างเชื่อว่า Fed มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมคณะกรรมการตลาดกลาง (FOMC) ครั้งสุดท้ายของปีนี้ การตัดสินใจดังกล่าวถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากมีผลต่อการกำหนดทิศทางของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

Bloomberg: มุมมองจากสถาบันและการคาดการณ์ทางเศรษฐศาสตร์

Bloomberg รายงานโดยเน้นไปที่มุมมองของสถาบันการเงินขนาดใหญ่และข้อมูลเชิงลึกทางเศรษฐศาสตร์ โดยระบุว่า อัตราดอกเบี้ย Federal Funds Rate ในปัจจุบัน (ขอบบน) อยู่ที่ 4.25% ขณะที่ Bloomberg Economics ได้คาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยจะลดลงมาอยู่ที่ 3.75% ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาดเงิน

นอกจากนี้ รายงานของ Bloomberg ยังอ้างอิงถึงธนาคารยักษ์ใหญ่ใน Wall Street อย่าง JP Morgan และ Goldman Sachs ที่ต่างคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมวันที่ 9-10 ธันวาคม 2568 การคาดการณ์นี้บ่งชี้ว่า Fed กำลังจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกด้วย เนื่องจากประเทศในยุโรปหลายแห่งเริ่มส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว

CNBC: ปฏิกิริยาของตลาดและเครื่องมือวัดความเชื่อมั่น

CNBC ซึ่งเป็นช่องข่าวธุรกิจที่เน้นการรายงานสดและปฏิกิริยาของตลาด ได้รายงานถึงความผันผวนของตลาดหุ้นที่ตอบสนองต่อสัญญาณของ Fed ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch Tool ซึ่งถูกอ้างถึงในรายงานระบุว่า โอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยมีการประเมินความน่าจะเป็นสูงถึง 70% ถึง 87% ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน

รายงานของ CNBC ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีรายงานเศรษฐกิจที่ผสมผสาน แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้เอนเอียงไปทางคาดการณ์การลดดอกเบี้ยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นก็เคยเผชิญกับภาวะดิ่งลงอย่างรุนแรงเมื่อ Fed เคยส่งสัญญาณว่าอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเน้นย้ำถึงความอ่อนไหวของตลาดต่อถ้อยแถลงและ Dot Plot ของ Fed

Reuters: นัยยะทางนโยบายและผลกระทบต่อสกุลเงินโลก

ในส่วนของ Reuters ซึ่งเป็นสำนักข่าวระดับโลก ได้เน้นรายงานไปที่นัยยะของนโยบายและการเคลื่อนไหวของตลาดสกุลเงิน โดยรายงานว่า ตลาดฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ย Fed Funds ได้สะท้อนความน่าจะเป็นที่ Fed จะลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคมไว้แล้ว

Reuters ได้อ้างอิงคำกล่าวของหัวหน้านักยุทธศาสตร์จาก Goldman Sachs ที่คาดการณ์ว่า นอกจากการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมแล้ว Fed อาจจะมีการปรับลดเพิ่มเติมอีกสองครั้งในเดือนมีนาคมและมิถุนายนของปี 2569 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ย Federal Funds Rate อยู่ที่ 3-3.25%

ผลกระทบที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จากการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเป็นสัปดาห์ที่อ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งสะท้อนถึงการไหลออกของเงินทุนและความเชื่อมั่นที่ลดลงในสินทรัพย์ที่ถือเป็น “แหล่งพักพิงที่ปลอดภัย” (Safe Haven) เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง

บทสรุป

โดยสรุป รายงานข่าวจากทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนธันวาคม 2568 เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้สูงมาก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า Fed จะส่งสัญญาณเกี่ยวกับจำนวนครั้งของการลดดอกเบี้ยในปี 2569 อย่างไร เนื่องจากความไม่แน่นอนในเรื่องนี้อาจทำให้ตลาดเกิดความผันผวนได้ในทันที การตัดสินใจของ Fed ครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการสิ้นสุดปี 2568 ที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกในปีถัดไปอีกด้วย

,,