อัพเดทข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก่อนการประชุม Fed ชี้ชะตาการลดดอกเบี้ยครั้งที่สองของปี 2025
เผยแพร่: วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568
สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงบรรยากาศความตึงเครียดในตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะความผันผวนของตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ ที่กำลังรอคอยสองเหตุการณ์สำคัญซึ่งจะกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ในช่วงท้ายปี 2568 นั่นคือ การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 9-10 ธันวาคม และการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพฤศจิกายนในวันที่ 18 ธันวาคมนี้
เดิมพันสูง: การลดดอกเบี้ยครั้งที่สองของ Fed
รายงานข่าวระบุว่า การประชุม FOMC ที่กำลังจะมาถึงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากที่ Fed ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 Basis Points สู่ระดับ 3.75% – 4.00% ไปแล้วในการประชุมเดือนตุลาคม ปัจจุบัน ตลาดส่วนใหญ่ประเมินโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยลงอีกครั้งในเดือนธันวาคมไว้สูงถึง 80% ซึ่งสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม แม้ความคาดหวังจะสูง แต่รายงานจาก Reuters ชี้ให้เห็นว่า ประธาน Fed ได้ย้ำเตือนว่า การลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม **”ไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า”** ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด โดยเฉพาะกลุ่มที่กังวลว่าการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง และอาจผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยได้
CPI คือกุญแจสำคัญที่ตลาดทั่วโลกจับตา
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ Fed จะใช้ในการตัดสินใจคือข้อมูลเงินเฟ้อ โดยเฉพาะตัวเลข CPI ประจำเดือนพฤศจิกายน ที่มีกำหนดประกาศในวันที่ 18 ธันวาคม ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่การประชุม FOMC ได้สิ้นสุดลงแล้ว นักวิเคราะห์จึงคาดการณ์ว่าถ้อยแถลงของ Fed ในวันที่ 10 ธันวาคม จะยังคงสงวนท่าทีและเน้นย้ำถึงการพึ่งพาข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า อัตราเงินเฟ้อประจำปีของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3% ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 ขณะที่ผลสำรวจจากนักเศรษฐศาสตร์มืออาชีพคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อ CPI ทั่วไป (Headline CPI) ในไตรมาสปัจจุบันจะเฉลี่ยอยู่ที่ 3.1% ต่อปี หากตัวเลข CPI ที่จะประกาศออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจลดโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง และส่งผลให้ตลาดต้องปรับตัวรับความจริงที่ว่า อัตราดอกเบี้ยอาจยังคง “เหนียวแน่น” อยู่ที่ระดับใกล้เคียง 3% ต่อไป
ผลกระทบต่อตลาดโลกและเอเชีย
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นเดือนธันวาคม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาล (Treasuries) ได้อ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยตลาดพันธบัตรกำลังเผชิญกับสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบหกเดือน ก่อนที่ข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญจะถูกเปิดเผย ขณะที่ตลาดหุ้นโดยรวมมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย นักลงทุนยังคงอยู่ในโหมด “รอและดู” ก่อนการประกาศตัวเลข CPI
ในภาพรวมระดับโลก CNBC ชี้ว่า เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความเสี่ยง โดยมีการคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงในปี 2568 และภาวะภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่มั่นคงยังคงเป็นปัจจัยกดดัน ขณะที่ตลาดเอเชียและตลาดเกิดใหม่ต่างจับตาการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด การลดดอกเบี้ยของ Fed จะส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระหนี้สกุลเงินดอลลาร์ของหลายประเทศ และกระตุ้นการไหลเข้าของเงินทุนไปยังตลาดหุ้นเอเชียได้
นอกจากนี้ ตลาดสกุลเงินดิจิทัลก็กำลังจับตาอย่างใกล้ชิด โดยรายงานจาก CNBC และ Reuters ชี้ว่า โอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ถือเป็น “ช่วงเวลาสำคัญ” สำหรับตลาดโลก รวมถึง Bitcoin ซึ่งมักจะได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นในระบบการเงิน
สรุปและแนวโน้ม
ในฐานะที่เป็นสัปดาห์สำคัญก่อนการประชุม Fed และการเปิดเผยข้อมูล CPI ตลาดการเงินทั่วโลกจึงยังคงอยู่ในสภาวะเฝ้าระวัง นักลงทุนกำลังพยายามประเมินความเสี่ยงระหว่างความต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการควบคุมเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของ Fed การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมวันที่ 9-10 ธันวาคม และตัวเลขเงินเฟ้อที่จะตามมา จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของอัตราดอกเบี้ย พันธบัตร และตลาดหุ้นทั่วโลกไปจนถึงต้นปี 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นักลงทุนจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้



















