News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
126

รายงานพิเศษ: สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters จับตาการชะลอตัวและการปรับตัวของตลาดเอเชีย

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 | โดย กองบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

สำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานตรงกันถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดการณ์การชะลอตัวของอัตราการเติบโตในปี 2569 และความผันผวนครั้งใหม่ในตลาดทุนเอเชีย รายงานระบุว่า แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ความเสี่ยงจากภาวะการเติบโตที่อ่อนแอลง (Growth Slowdown) ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย

การคาดการณ์การเติบโตโลก: ความเห็นที่แตกต่างและสัญญาณเตือน

รายงานจาก Bloomberg และ Reuters เน้นย้ำถึงรายงานการคาดการณ์ล่าสุดจากหลายสถาบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมมองที่ระมัดระวังจากที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ที่ระบุว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลงเหลือเพียง 2.6% ในปี 2569 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงจากปี 2568 ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังคงมีมุมมองที่ค่อนข้างคงที่กว่า โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังเติบโตในระดับ 3.2% ทั้งในปี 2568 และ 2569

นักวิเคราะห์ที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ชี้ว่า ความแตกต่างของตัวเลขคาดการณ์นี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ได้แก่ ภาวะภูมิรัฐศาสตร์โลก (Geopolitics) ที่ตึงเครียดขึ้น และผลกระทบที่ล่าช้าของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก ๆ ทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา การเติบโตที่ชะลอตัวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน แต่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละกลุ่มประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกและประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งจะได้รับผลกระทบหนักกว่า

แรงกดดันเงินเฟ้อคลายตัว แต่ความเสี่ยงยังคงอยู่

ในด้านของเงินเฟ้อ รายงานจากสำนักข่าวทั้งสามเห็นพ้องต้องกันว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มจะผ่อนคลายลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะลดลงสู่ระดับประมาณ 3% ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์จาก EY ซึ่งถูกอ้างถึงในรายงานของ Reuters ระบุว่า การคลายตัวของเงินเฟ้อยังมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น (Tariff-imposing economies) ซึ่งยังคงเผชิญกับต้นทุนการนำเข้าที่สูงกว่า

สำหรับนโยบายการเงินนั้น การรายงานข่าวเน้นไปที่การจับตาสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการเคลื่อนย้ายเงินทุนทั่วโลก การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางเหล่านั้นต้องพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย

ตลาดเอเชียเผชิญความผันผวนครั้งใหม่

CNBC และ Bloomberg ได้รายงานอย่างใกล้ชิดถึงความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย โดยระบุว่า ตลาดหุ้นเอเชียหลายแห่งได้เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั่วโลก ดัชนีหลักในภูมิภาค เช่น Nikkei ของญี่ปุ่น และตลาดหุ้นไต้หวัน ต่างปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิเคราะห์ในรายงานของ Reuters ชี้ว่า ตลาดเอเชียกำลังอยู่ในจุดที่ต้องปรับสมดุลระหว่างแรงกดดันจากภายนอก (External Headwinds) เช่น อัตราดอกเบี้ยที่สูงในตะวันตก และปัจจัยขับเคลื่อนภายใน (Internal Drivers) เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในภูมิภาค ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยรายงานระบุว่า การผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าสามารถส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในบางช่วง

สำหรับประเทศไทยและประเทศในอาเซียน รายงานเน้นว่า การพึ่งพาการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงเป็นจุดอ่อนที่ต้องระวัง หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงตามที่ UNCTAD คาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่ช่วยลดแรงกระแทกจากภาคการส่งออกได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงมีปัจจัยบวกและลบผสมผสานกันไป

บทสรุป: การปรับตัวในภาวะที่ท้าทาย

โดยสรุปแล้ว รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters เน้นย้ำว่า เศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้าจะยังคงเป็นช่วงของการปรับตัวในภาวะที่ท้าทาย ภาคธุรกิจและนักลงทุนจำเป็นต้องวางแผนอย่างรอบคอบภายใต้สมมติฐานของการเติบโตที่ชะลอตัวลงและอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ การบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดทุนและการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบจากนโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจจึงเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียในปี 2569

แหล่งข้อมูล: รวบรวมและวิเคราะห์จากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters รวมถึงรายงานจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ UNCTAD.