News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
92

อัพเดทข่าวสารล่าสุด: ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2026 จาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters

กรุงเทพฯ — รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้เผยภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลกระทบของสงครามการค้าและนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเติบโตทั่วโลก

IMF ชี้การเติบโตโลกชะลอตัว ท่ามกลางความเสี่ยงจากกำแพงภาษี

ตามการวิเคราะห์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกนำเสนอและวิเคราะห์อย่างกว้างขวางโดย Bloomberg และ Reuters ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2025 และ 2026 ถูกคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับประมาณร้อยละ 3.3 ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (ปี 2000–2019) ที่ร้อยละ 3.7 แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกยังคงสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยครั้งใหญ่ได้ แต่ความเสี่ยงขาลงยังคงมีอยู่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากมาตรการกำแพงภาษีทางการค้า

Bloomberg ได้เน้นย้ำถึงผลกระทบเชิงลบของมาตรการภาษีตอบโต้ระหว่างประเทศ โดยคาดการณ์ว่าสงครามการค้าอาจสร้างความเสียหายต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทั่วโลกได้สูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กำแพงภาษีเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเสมือนการขึ้นภาษีที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลก

ในส่วนของสหรัฐอเมริกา การคาดการณ์การเติบโตของ GDP ได้ถูกปรับลดลงจากร้อยละ 2.1 เหลือร้อยละ 1.5 ขณะที่ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย IMF ประเมินว่าความน่าจะเป็นได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 40 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากสภาพแวดล้อมด้านภาษีที่ตึงเครียดขึ้น

เอเชียเผชิญแรงกดดันหนัก หาทางออกด้วยการค้าภูมิภาค

สำนักข่าว CNBC และ Reuters รายงานว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากการเป็นจุดกึ่งกลางของความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน การปรับตัวจึงเกิดขึ้นในรูปแบบของการมุ่งเน้นการค้าภายในภูมิภาคมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการภาษีที่มาจากภายนอก นักวิเคราะห์จากสำนักข่าวเหล่านี้ชี้ว่า หากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ย่อมจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตในปี 2026 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การต่อสู้กับเงินเฟ้อ: อัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นประเด็นหลัก

ประเด็นเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อยังคงเป็นหัวข้อข่าวสำคัญที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดย CNBC รายงานถึงการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการรักษาสภาพตลาดแรงงาน แม้ว่าโดยทั่วไปจะมีการคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งยังคงเป็นที่น่ากังวล

รายงานจาก Bloomberg และ CNBC ชี้ให้เห็นว่า Fed ได้ส่งสัญญาณที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจถูกตรึงไว้ที่ระดับเดิมตลอดปี 2026 หรือในกรณีที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2026 Fed อาจจำเป็นต้องพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมด้วยซ้ำ การส่งสัญญาณดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในตลาดโลก

สรุปภาพรวมและผลกระทบต่อประเทศไทย

โดยสรุป รายงานข่าวจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2026 จะเป็นปีแห่งความระมัดระวัง (Caution) โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักคือสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโต และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินของธนาคารกลาง สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย การพึ่งพาตลาดภายในภูมิภาคและการบริหารจัดการความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่ำกว่าศักยภาพในอดีต

รายงานโดย ทีมข่าวเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC, Reuters และ IMF)