News update from Bloomberg, CNBC, Reuters
อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกสดใส รับปีใหม่ 2026
กรุงเทพฯ – 16 มกราคม 2569
สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์ตลาดการเงินโลกในช่วงต้นปี 2569 โดยชี้ให้เห็นถึงสัญญาณบวกที่แข็งแกร่ง ทั้งในตลาดหุ้นและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายในประเทศไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานรับปีใหม่: สัญญาณบวกจากตลาดเกิดใหม่
รายงานระบุว่า ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วระหว่างประเทศ (International developed markets) ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นถึง 5.2% ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging market stocks) ก็มีกำไรเพิ่มขึ้น 4.7% ในช่วงต้นปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาสู่สินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เคยเผชิญกับความผันผวนในช่วงก่อนหน้า ส่วนในตลาดตราสารหนี้ ราคาก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นผลจากหลายปัจจัยรวมกัน สำหรับประเทศไทยในฐานะส่วนหนึ่งของตลาดเกิดใหม่ การเติบโตนี้ถือเป็นโอกาสในการดึงดูดเงินทุนไหลเข้า และส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ.
เศรษฐกิจโลกยังคงยืดหยุ่น แม้เผชิญความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
แม้ว่าโลกจะยังคงเผชิญกับบริบททางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความขัดแย้งสูง แต่เศรษฐกิจโลกยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น โดยยังคงอยู่ในเส้นทางของการเติบโตของปริมาณ (volume growth) ที่ประมาณ 3% ต่อปี รายงานวิจัยของ Goldman Sachs Global Investment Research คาดการณ์ว่า การลดลงของอุปสรรคด้านภาษี (fading tariff headwinds) และการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่แท้จริง (rising real incomes) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกตลอดทั้งปี 2569 สัญญาณเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อภาคการส่งออกของไทย ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากตลาดคู่ค้าหลักทั่วโลก.
มุมมองจากวอลล์สตรีท: นักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองว่าความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการเงินที่เริ่มผ่อนคลายลง และการปรับตัวของภาคธุรกิจต่อความไม่แน่นอนต่างๆ นอกจากนี้ การหารือระหว่าง NVIDIA และ Foxconn ในการติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความกังวลเรื่อง AI Stock
ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากคือทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยเฉพาะประธานเจอโรม พาวเวลล์ นักวิเคราะห์จาก Continuum Economics ชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ Fed อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ซึ่งการตัดสินใจใดๆ ของ Fed จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก รวมถึงตลาดการเงินในเอเชียด้วย การจับตาการแถลงการณ์ของ Fed จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนการลงทุน.
ขณะเดียวกัน ตลาดทุนก็เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความเข้มข้นของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI-stock concentration) ที่มีการเติบโตอย่างร้อนแรงในปีที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มมีการถ่วงดุลความเสี่ยงและผลตอบแทน โดยเฉพาะหลังจากที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากตลอดปี 2568 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมองว่านวัตกรรม AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในระยะยาว.
ผลประกอบการภาคเอกชน: UBS ทำกำไรพุ่ง
ในส่วนของภาคเอกชน ตัวอย่างที่โดดเด่นคือรายงานจาก Reuters ที่ระบุว่า ธนาคาร UBS มีกำไรสุทธิในไตรมาสสามพุ่งสูงขึ้นถึง 74% ซึ่งทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนี้เป็นผลมาจากความผันผวนในตลาดการเงินโลก ซึ่งเกิดจากประเด็นภาษีศุลกากรระหว่างประเทศ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของสถาบันการเงินขนาดใหญ่เช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงการฟื้นตัวและความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจทั่วโลก.
โดยสรุป รายงานจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นว่าปี 2569 ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยความหวังในตลาดการเงินโลก ด้วยการเติบโตของตลาดหุ้นและเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อไป.
อ้างอิงข้อมูล: JFS Wealth Advisors, Pure Capital, Goldman Sachs Global Investment Research, Scotia Wealth Management, Peterson Institute for International Economics, REUTERS, Continuum Economics.


















