News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
111

สรุปข่าวประจำวันจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก

“เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณฟื้นตัว แต่ทองคำร่วงแรงหลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ย”

รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกประจำสัปดาห์นี้จากสามสำนักข่าวใหญ่ระดับโลก ได้แก่ Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความผันผวนและสัญญาณที่ขัดแย้งกันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการฟื้นตัวของภาคการผลิตในสหรัฐอเมริกา การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงในตลาดทองคำ

Bloomberg: ภาคการผลิตสหรัฐฯ ขยายตัวเกินคาด

ตามรายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (S&P Global US Manufacturing PMI) ของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 52.4 ในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 51.9 และเพิ่มขึ้นจากระดับ 51.8 ในเดือนธันวาคม 2568 ตัวเลขที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของประเทศกำลังขยายตัว ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

การขยายตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการปรับปรุงของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถเติบโตได้ในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Real GDP) ของสหรัฐฯ เคยเติบโตในอัตรา 4.4% ต่อปีในไตรมาสที่สามของปี 2568 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า แม้การเติบโตจะดี แต่ตลาดอาจยังคงมีความผันผวนจนกว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจะคลี่คลายลง

CNBC: เฟดคงอัตราดอกเบี้ย – ตลาดจับตา “เพดาน” นโยบาย

CNBC รายงานถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มีมติให้ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม การตัดสินใจดังกล่าวสอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดส่วนใหญ่ เนื่องจากธนาคารกลางต้องการประเมินผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งก่อนต่ออัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงานอย่างรอบด้าน

นาย Raphael Bostic ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแอตแลนตา ได้ออกมากล่าวถึงการตัดสินใจนี้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เคยให้ความเห็นผ่าน CNBC ว่า แม้ธนาคารกลางหลายแห่งได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างเหมาะสมแล้ว แต่ก็มี “ข้อจำกัด” ในการใช้กลยุทธ์นี้ ซึ่งบ่งชี้ว่านโยบายการเงินอาจเข้าใกล้จุดสูงสุดของประสิทธิภาพแล้ว และการคงอัตราดอกเบี้ยจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยในภาวะที่ข้อมูลเศรษฐกิจยังคง “ผสมผสาน” กัน

Reuters: ราคาทองคำดิ่งเหว แต่ดีมานด์จากธนาคารกลางยังแข็งแกร่ง

ความเคลื่อนไหวที่น่าตกใจที่สุดในตลาดการเงินคือรายงานจาก Reuters ที่ระบุว่า ราคาทองคำสปอตได้ดิ่งลงเกือบ 10% ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 การร่วงลงอย่างรุนแรงนี้เกิดขึ้นหลังจากการประกาศของผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ (ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นการเทขายครั้งประวัติศาสตร์) และการที่ FOMC ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาทองคำจะเผชิญกับแรงเทขายในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์ยังคงมองว่าแนวโน้มระยะยาวของทองคำยังคงสดใส โดยมีปัจจัยสำคัญคือ ความต้องการที่แข็งแกร่งจากธนาคารกลางทั่วโลก ธนาคารกลางยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของอุปสงค์ทองคำ โดยมีการซื้อรวมกันมากกว่า 1,000 เมตริกตันต่อปีนับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า

ING Think ระบุว่าธนาคารกลางยังคง “กระหาย” ทองคำ และ J.P. Morgan ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำ โดยชี้ว่าอุปสงค์จากธนาคารกลางมีเพียงพอที่จะผลักดันราคาทองคำต่อไป ดังนั้น แม้การตัดสินใจของเฟดจะทำให้ทองคำร่วงลงชั่วคราว แต่แรงซื้อจากสถาบันขนาดใหญ่และการแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัยในสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้ราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้นในปี 2569

สรุปภาพรวม: ตลาดในภาวะ “Wait-and-See”

โดยสรุป รายงานจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงตลาดโลกที่กำลังอยู่ในภาวะ “Wait-and-See” หรือรอดูสถานการณ์ โดยมีสัญญาณการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในภาคการผลิตของสหรัฐฯ แต่ถูกถ่วงดุลด้วยความระมัดระวังของธนาคารกลางในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

รายงานข่าวโดย ทีมข่าวเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
อ้างอิง: Bloomberg, CNBC, Reuters (2 กุมภาพันธ์ 2569)