News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
53

อัพเดทข่าวสารด่วนจาก Bloomberg, CNBC, Reuters:

เฟดคงดอกเบี้ย! ตลาดการเงินโลกผันผวนหนัก บาทอ่อนค่า-หุ้นไทยเจอแรงเทขาย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

กรุงเทพฯ: รายงานข่าวจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างประมวลสถานการณ์ตลาดโลกหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม พร้อมส่งสัญญาณที่ระมัดระวังเกี่ยวกับจังหวะเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งเป็นผลให้เกิดความผันผวนครั้งใหญ่ในตลาดทุนและตลาดเงินทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย

มติ Fed: คงดอกเบี้ย สวนทางความคาดหวังของตลาด

คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25% – 5.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี ตามรายงานของ Bloomberg. แม้ว่าตลาดจะมีความคาดหวังอย่างสูงว่าจะมีการส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีแรก แต่แถลงการณ์ของประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ กลับเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องเห็น “หลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้น” ว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังลดลงอย่างยั่งยืนสู่เป้าหมาย 2% ก่อนที่จะพิจารณาการเปลี่ยนแปลงนโยบาย.

CNBC รายงานว่า จุดยืนที่แข็งกร้าวของ Fed (Hawkish Stance) ได้สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เดิมพันกับการปรับลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้. นักวิเคราะห์จาก Wall Street ที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ระบุว่า ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานที่ยังคงแข็งแกร่งเกินคาด ทำให้ Fed มีพื้นที่ในการ “รอและดู” มากกว่าที่จะรีบดำเนินการ.

ผลกระทบต่อตลาดเอเชีย: SET Index และเงินบาท

ผลกระทบจากมติ Fed ที่เข้มงวดกว่าที่คาดการณ์ ได้ส่งตรงมายังตลาดการเงินในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทย Reuters รายงานว่า กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flows) ได้เริ่มไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) อย่างเห็นได้ชัด หลังมีความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงนานขึ้น จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) น่าดึงดูดกว่าสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย.

  • ตลาดหุ้นไทย (SET Index): ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยร่วงลงกว่า 20 จุด หรือคิดเป็นประมาณ 1.3% ในช่วงเปิดตลาดวันทำการถัดมา เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มที่ต้องพึ่งพาเงินทุนสูง.
  • ค่าเงินบาท (THB): ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ (USD/THB) อ่อนค่าลงทันที โดยมีการซื้อขายในช่วง 35.80 – 36.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าที่ชัดเจนที่สุดในรอบสัปดาห์ เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน.

มุมมองนักวิเคราะห์และคำแนะนำ

นักเศรษฐศาสตร์จาก Nomura ซึ่งถูกอ้างอิงโดย Reuters แสดงความเห็นว่า “ทิศทางนโยบายของ Fed ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง (messy) และนักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นตลอดทั้งปี”. พวกเขายังแนะนำให้นักลงทุนไทยเน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจในประเทศและกลุ่มที่มีความสามารถในการจ่ายปันผลสูงเพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดโลก.

ขณะที่บทวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ชี้ว่า แม้ว่า Fed จะคงดอกเบี้ย แต่การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงอยู่ในระดับปานกลาง (ประมาณ 1.5% ในปี 2568) อาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแรงกดดันเพิ่มขึ้นในการพิจารณานโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ GDP ท่ามกลางภาวะการเงินโลกที่ตึงตัว.

โดยสรุป การตัดสินใจของ Fed ครั้งล่าสุดได้ส่งผลให้เกิดการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ในตลาดการเงินทั่วโลก โดยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสามสำนักข่าวต่างแนะนำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายการเงินโลกและตลาดเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ