ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ท่ามกลางประเด็นร้อนการค้า-ดอกเบี้ย-AI และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมีประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ไปจนถึงการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้น และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง.
นโยบายภาษีสหรัฐฯ และแรงสั่นสะเทือนทางการค้าโลก
ประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเคลื่อนไหวของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าวาระการจัดเก็บภาษีของเขา แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่เคยกำหนดไว้ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA). อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 แทน ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ในอัตราร้อยละ 10 ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา. การเปลี่ยนแปลงนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของทรัมป์ในศาลสูงสุดนับตั้งแต่กลับสู่ทำเนียบขาวเมื่อ 13 เดือนที่แล้ว. ขณะที่สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุกันไว้. แม้จะมีความไม่แน่นอน แต่ตลาดกลับตอบรับมาตรการภาษีใหม่นี้ค่อนข้างเฉยเมย โดยมองว่าเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนขั้นตอนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง.
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางและการเติบโตเศรษฐกิจโลก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย. แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%. รายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น. ในทางตรงกันข้าม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 จุดพื้นฐาน ไปที่ 1.00% ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นไปยืนเหนือแนว 1,500 จุด.
การลงทุนใน AI และเทคโนโลยี: สนามรบใหม่ของมหาอำนาจ
ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก. รายงานจาก CNBC ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์. อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าที่สูงและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นจาก AI. หุ้น Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่และเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ร่วงลง 3.5%. นักวิเคราะห์บางรายมองว่าตลาดอยู่ในช่วงที่ราคาหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้สะท้อนข่าวดีไปมากแล้วและถึงเวลาพักตัว. นอกจากนี้ SpaceX ของ Elon Musk กำลังเตรียมยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงกว่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแผนจะทดสอบปล่อยจรวด Starship รุ่นใหม่ในเดือนมีนาคมนี้. AMD ผู้ผลิตชิปอีกราย ได้บรรลุข้อตกลงจัดหาชิป AI มูลค่าสูงถึง 60 พันล้านดอลลาร์กับ Meta Platforms ในอีกห้าปีข้างหน้า.
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมัน
สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างมาก โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตและทำให้ภูมิภาคเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่. เหตุการณ์นี้ทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวอาหรับต่างกังวลถึงการยกระดับความรุนแรง โดยอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล. บริษัทน้ำมันรายใหญ่และบริษัทเทรดดิ้งชั้นนำบางแห่งได้ระงับการขนส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญ. นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดย Brent Crude อาจแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป. กำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ที่มีจำกัดยิ่งทำให้ตลาดมีความเปราะบางต่อการหยุดชะงักของอุปทาน.
ตัวชี้วัดเศรษฐกิจและข่าวเด่นอื่นๆ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ จาก Conference Board ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 91.2 จาก 89 ในเดือนมกราคม สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน. อัตราเงินเฟ้อประจำปีของเยอรมนีผ่อนคลายลงเหลือ 1.9% ในเดือนกุมภาพันธ์. การส่งออกของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 29.0% เมื่อเทียบปีต่อปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.745 หมื่นล้านดอลลาร์. ในขณะที่สกุลเงินดิจิทัลอย่างบิตคอยน์กำลังมุ่งหน้าสู่การลดลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 โดยสูญเสียมูลค่าไปประมาณ 24% ในเดือนกุมภาพันธ์. อย่างไรก็ตาม สกุลเงินเอเชียหลายสกุลกลับแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน ท่ามกลางการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ. ด้านเศรษฐกิจไนจีเรีย มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้ว แตะ 4.07% เมื่อเทียบเป็นรายปี.
โดยสรุปแล้ว เศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ โดยมีทั้งโอกาสจากนวัตกรรม AI และความท้าทายจากนโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป นโยบายการเงินที่เข้มงวด และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป.



















