News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
112

อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters:

‘เฟด’ หั่นดอกเบี้ยรอบสอง 0.25% แต่ตลาดหุ้น-บอนด์ร่วง! หลัง ‘พาวเวลล์’ ส่งสัญญาณระมัดระวังการลดดอกเบี้ยครั้งต่อไป

รายงานข่าวเศรษฐกิจโลก (Global Economic Desk)


วอชิงตัน ดี.ซี. – สำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงผลการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve – Fed) โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลงอีก 25 จุดพื้นฐาน (basis points – bps) เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย Federal Funds Rate เคลื่อนไหวอยู่ในช่วงเป้าหมายใหม่ที่ 3.75% ถึง 4.00% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ ท่ามกลางบริบทของการจ้างงานที่เริ่มชะลอตัวลงและความจำเป็นในการปรับเทียบเครื่องมือนโยบายทางการเงิน

การลดดอกเบี้ยครั้งที่สอง: ความพยายาม ‘ปรับเทียบ’ นโยบาย

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากการประชุมเป็นเวลาสองวันในปลายเดือนตุลาคม 2025 โดย FOMC ระบุว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปรับเทียบ” (Calibrate) นโยบายเพื่อประเมินผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้าต่อเศรษฐกิจจริง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมายของเฟด แต่สัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มคลายความร้อนแรงลง โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด และการเติบโตของค่าจ้างที่ลดลง ทำให้เฟดมีช่องว่างในการผ่อนคลายนโยบายได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างเอกฉันท์ทั้งหมด โดยรายงานจาก Bloomberg ชี้ให้เห็นว่ายังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญภายในคณะกรรมการ FOMC โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับทิศทางของการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต กรรมการบางส่วนเชื่อว่าการปรับลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องมีความจำเป็นเพื่อป้องกันภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมักถูกเรียกว่า ‘สายเหยี่ยว’ (Hawks) ยังคงกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง หากมีการผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป

สัญญาณ ‘ไม่รับประกัน’ จากประธานพาวเวลล์ ทำตลาดผิดหวัง

จุดที่สร้างความผันผวนและผิดหวังให้กับตลาดการเงินโลกมากที่สุด อยู่ที่การแถลงข่าวของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แม้ว่าเฟดจะประกาศลดดอกเบี้ยตามคาด แต่ถ้อยแถลงของนายพาวเวลล์กลับมีน้ำเสียงที่ระมัดระวังและไม่ผ่อนคลายเท่าที่นักลงทุนคาดหวัง

รายงานของ CNBC ระบุว่า นายพาวเวลล์เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคมนั้น “ยังไม่เป็นที่แน่นอน” (Not a done deal) และเฟดจะยังคงยึดมั่นในแนวทางการตัดสินใจแบบ “พึ่งพาข้อมูล” (Data Dependent) นั่นหมายความว่า การปรับลดดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่เท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเป็นวัฏจักร (Cuts Cycle)

ปฏิกิริยา ‘Knee-Jerk’ ในตลาด: หุ้นและบอนด์ร่วงทันที

ปฏิกิริยาของตลาดต่อคำแถลงของประธานพาวเวลล์เป็นไปในทางลบอย่างรวดเร็ว สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงทันทีหลังจากการแถลงข่าว โดยดัชนีหลักทั้งหมดเผชิญกับแรงเทขาย นอกจากนี้ ตลาดพันธบัตรก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ผิดปกติเมื่อมีการปรับลดดอกเบี้ย แต่สะท้อนถึงความผิดหวังของนักลงทุนต่อสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินอาจสิ้นสุดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำที่ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ให้ความเห็นว่า การที่ตลาดมีการเทขายทั้งหุ้นและพันธบัตรพร้อมกัน (Sell-off in both stocks and bonds) แสดงให้เห็นว่านักลงทุนกำลังปรับมุมมองใหม่ต่อ ‘จุดสูงสุดของอัตราดอกเบี้ย’ (Terminal Rate) และระยะเวลาที่อัตราดอกเบี้ยจะคงอยู่ในระดับสูง (Higher-for-Longer) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทและมูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

ความไม่แน่นอนก่อนประชุมเดือนธันวาคม

ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของเฟดได้ส่งผลให้โอกาสในการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมมีความผันผวนอย่างมาก ขณะที่นักลงทุนกำลังรอการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC (Minutes) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน เพื่อค้นหาเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกแยกทางความคิดเห็นของกรรมการเฟด การตัดสินใจครั้งต่อไปของเฟดจะขึ้นอยู่กับตัวเลขสำคัญที่กำลังจะประกาศ เช่น รายงานเงินเฟ้อ (CPI) และข้อมูลตลาดแรงงานในเดือนถัดไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าตลาดจะกลับมามีความหวังในการผ่อนคลายนโยบายอีกครั้ง หรือต้องเผชิญกับความเข้มงวดทางการเงินที่ยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้

— อ้างอิงรายงานจาก Bloomberg, CNBC, Reuters