อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตะวันออกกลางระอุ, เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนด้านการค้า แต่ยังคงเติบโต
สถานการณ์โลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังคงเดินหน้าต่อไปท่ามกลางความท้าทายจากนโยบายการค้าและแรงขับเคลื่อนจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดและการเมืองทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้น
ข่าวที่สร้างความสั่นสะเทือนมากที่สุดในช่วงนี้คือ การปะทุของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รายงานจากหลายสำนักข่าวระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งสำนักข่าว CNBC และ Reuters รายงานว่าได้รับการยืนยันแล้ว การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านจุดชนวนให้เกิดการไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน ขณะที่ทางการอิหร่านสาบานว่าจะตอบโต้
หลังการโจมตี อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่รัฐอ่าวอาหรับ ซึ่งทำให้เกิดเสียงระเบิดและลูกไฟขนาดใหญ่บนท้องฟ้าเหนือพื้นที่ดังกล่าว สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน และตอกย้ำถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามข้ามพรมแดน รายงานจาก Reuters ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณว่าพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคไม่มีใครอยู่นอกระยะการโจมตี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ในอิหร่านแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องชาวอเมริกันและกำจัดภัยคุกคาม นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกฮือขึ้นโค่นล้มรัฐบาลปัจจุบัน และยังได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการ “เข้ายึดคิวบาอย่างเป็นมิตร”
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและการเคลื่อนไหวของตลาดการเงิน
ในด้านเศรษฐกิจ สถาบันต่างๆ ยังคงคาดการณ์การเติบโตของ GDP โลกในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2.9% ถึง 3.3% โดยสถาบันเศรษฐศาสตร์ Mastercard (MEI) คาดการณ์ว่าการเติบโตของ GDP โลกที่แท้จริงจะชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.1% ในปี 2569 จาก 3.2% ในปี 2568 แต่การขยายตัวทั่วโลกจะยังคงดำเนินต่อไป โดยได้แรงหนุนจากการปรับใช้เทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่น ขณะที่ Goldman Sachs Research คาดการณ์การเติบโตของ GDP โลกที่แท้จริงจะเพิ่มขึ้น 2.9% ในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าที่ consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.7%
อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกคาดว่าจะผ่อนคลายลง โดย MEI คาดการณ์ว่าจะลดลงเหลือ 3.4% ในปี 2569 จาก 3.9% ในปี 2568 และ IMF คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงจาก 4.1% ในปี 2568 เป็น 3.8% ในปี 2569 ในส่วนของนโยบายการเงิน ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2569 ซึ่งสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เป็นบวกสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังคงจับตาการประชุม FOMC ในช่วงกลางเดือนมีนาคมอย่างใกล้ชิด เพื่อดูสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นทั่วโลกมีการซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่และสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลังจากที่พุ่งขึ้นติดต่อกัน 4 วัน โดยเป็นผลมาจากการขายทำกำไรของนักลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นโยบายการค้าและผลกระทบ
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศแผนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลก 15% หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจฉุกเฉินของเขาในการกำหนดภาษีอย่างกว้างขวาง มาตรการดังกล่าวได้สร้างความสับสนให้กับตลาด และสหภาพยุโรปกำลังเตรียมระงับกระบวนการอนุมัติข้อตกลงการค้าที่ลงนามกับสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว เพื่อแสวงหาความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการเก็บภาษีของวอชิงตัน
เทคโนโลยี AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ภาคเทคโนโลยียังคงเป็นจุดสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีรายงานว่า OpenAI ได้ระดมทุนได้ 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 7.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ Anthropic ได้เปิดตัวเครื่องมือ AI ชุดใหม่เพื่อเจาะตลาดองค์กร การลงทุนใน AI ยังคงอยู่ในระดับสูง และนวัตกรรมกำลังขับเคลื่อนผลกำไรในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับมูลค่าที่สูงเกินไปในบางภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ได้
โดยสรุปแล้ว โลกกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอน ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง และนโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการเติบโต โดยมีเทคโนโลยี AI เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต



















