News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
45

อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางเดือด ตลาดหุ้นปั่นป่วนจาก AI และนโยบายการเงินสหรัฐฯ

ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 สถานการณ์ข่าวสารทั่วโลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อภาคธุรกิจและตลาดแรงงาน รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้นำเสนอประเด็นสำคัญที่นักลงทุนและประชาชนทั่วไปควรจับตาอย่างใกล้ชิด.

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่” ในอิหร่าน โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัดภัยคุกคามจากระบอบการปกครองของอิหร่านและโครงการนิวเคลียร์. เหตุการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569.

การตอบโต้ของอิหร่านเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการยิงขีปนาวุธโจมตีรัฐอ่าวอาหรับใกล้เคียง รวมถึงดูไบและกาตาร์. ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างนี้ได้จุดชนวนความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก คิดเป็นสัดส่วน 20-30% ของอุปทานน้ำมันและก๊าซทั่วโลก. ด้วยความวิตกถึงการหยุดชะงักของการขนส่ง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จึงปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 71.76 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 63.48 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ณ ปลายเดือนกุมภาพันธ์. ผู้เชี่ยวชาญในไทยเตือนว่า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูงขึ้น 20-100% ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อต้นทุนการขนส่งและการส่งออกของประเทศไทย. ทางการจีนได้ออกมาประณามการโจมตีดังกล่าวและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันที.

ตลาดหุ้นโลกเผชิญแรงกดดันจาก AI และเงินเฟ้อ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญกับภาวะขาลงในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนี S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ปรับตัวลดลงอย่างมาก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยี AI ต่อภาคธุรกิจ และตัวเลขเงินเฟ้อที่น่าผิดหวัง. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นของบริษัทที่ถูกมองว่าอาจเป็น “ผู้แพ้” ในการปฏิวัติ AI อย่างเช่น Block ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Cash App และ Square ได้ประกาศลดพนักงานเกือบครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนัก.

แม้แต่ NVIDIA ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ ก็เห็นราคาหุ้นปรับตัวลดลง แม้จะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ที่แข็งแกร่งเกินคาด และคาดการณ์รายได้ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2570 ที่ 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 75%. นักวิเคราะห์บางรายมองว่านี่เป็นปรากฏการณ์ “ขายเมื่อข่าวออก” (sell on fact) และสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุน AI ขนาดใหญ่ของกลุ่ม Hyperscaler. นอกจากนี้ OpenAI ยังมีรายงานว่ากำลังพิจารณาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากชิป NVIDIA บางรุ่น ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม AI ซับซ้อนยิ่งขึ้น. ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดัน โดยงานวิจัยจาก Citrini Research ชี้ว่า AI อาจทำให้คนว่างงานเพิ่มขึ้นถึง 10%.

นโยบายเศรษฐกิจและการเงินของสหรัฐฯ

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยสะท้อนถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%. เฟดส่งสัญญาณว่าจะยังไม่รีบลดอัตราดอกเบี้ย และอาจเลื่อนการปรับลดออกไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2569.

ด้านตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนมกราคมที่สูงกว่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ (เพิ่มขึ้น 0.5% เทียบกับที่คาดการณ์ 0.3%) ได้เพิ่มแรงกดดันต่อความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ. ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เดินหน้าประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้า 15% กับประเทศคู่ค้าทั่วโลก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 แม้ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะเคยมีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ก่อนหน้านี้ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับนโยบายการค้าโลก.

ตลาดการเงินไทยและข่าวสารอื่นๆ

ในประเทศไทย ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและการที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย. อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ซึ่งเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้.

นอกจากนี้ CNBC ยังได้ประกาศรายชื่อ “CNBC Changemakers: Women Transforming Business” ประจำปีครั้งที่ 3 ซึ่งยกย่องผู้นำหญิง 50 ท่านทั่วโลกที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจและสังคม. ขณะที่ Thomson Reuters ได้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการคืนเงินทุนให้ผู้ถือหุ้น 605 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ. ด้านตลาดคริปโตเคอร์เรนซี บิตคอยน์ร่วงลงต่ำกว่า 64,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลด้านภาษีที่เพิ่มขึ้น.

สรุปได้ว่า ตลาดโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยหลายด้านที่ก่อให้เกิดความผันผวน ตั้งแต่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนโยบายการเงิน ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.