News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
32

สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ทั่วโลกจับตาสงครามการค้า, วิกฤตตะวันออกกลาง และการขับเคลื่อนของ AI

กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์โลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน โดยสำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ไปจนถึงการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูง: อิหร่านตอบโต้การโจมตี

ประเด็นร้อนที่สุดในขณะนี้คือการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมีรายงานว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการดังกล่าว. เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนให้เกิดการตอบโต้จากอิหร่าน โดยมีการยิงขีปนาวุธโจมตีรัฐในอ่าวอาหรับ สร้างความตื่นตระหนกและตอกย้ำความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามข้ามพรมแดน. แรงระเบิดจากการโจมตีของอิหร่านในรัฐอ่าวได้สั่นสะเทือนอาคารแม้กระทั่งในย่านรีสอร์ตหรูของดูไบ และมีรายงานขีปนาวุธพุ่งชนโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ทำให้ประชาชนแตกตื่นหาที่หลบภัย.

จีนได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์นี้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันที หลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง และกลับสู่โต๊ะเจรจา. นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนยังได้ประกาศเตือนและแนะนำให้พลเมืองจีนในอิสราเอลและอิหร่านเร่งอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุด. ผลกระทบจากความตึงเครียดนี้ยังลุกลามไปยังภาคการบิน โดยกลุ่มสายการบินคาเธ่ย์ (Cathay Group) ได้ประกาศระงับเที่ยวบินในตะวันออกกลางชั่วคราว. สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์.

นโยบายการค้าสหรัฐฯ และแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่สร้างความไม่แน่นอนคือการเคลื่อนไหวของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่เคยกำหนดไว้. การเปลี่ยนแปลงนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของทรัมป์ในศาลสูงสุดนับตั้งแต่กลับสู่ทำเนียบขาวเมื่อ 13 เดือนที่แล้ว.

มาตรการภาษีใหม่นี้สร้างความกังวลอย่างมากในตลาดโลก โดยเฉพาะสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเจ้าหน้าที่ยุโรปแสดงความกังวลว่าอาจกระทบต่อข้อตกลงทางการค้าระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ. รัฐสภายุโรปได้ระงับกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าที่บรรลุข้อตกลงกันไว้ตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว เพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการเก็บภาษีของวอชิงตัน. ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่านโยบายนี้จะส่งผลให้สินค้าส่งออกจาก EU มูลค่าราว 4,200 ล้านยูโร ต้องเผชิญอัตราภาษีที่สูงกว่าเพดาน 15% ที่เคยตกลงกันไว้.

ทิศทางเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงิน

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%. รายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น.

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคมออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังเหนียวตัว. ด้าน UBS ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลก ได้ปรับลดมุมมองต่อหุ้นสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ “Benchmark” ในพอร์ตหุ้นโลก โดยให้เหตุผลว่าปัจจัยที่เคยหนุนตลาดสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแรงลง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าและระดับมูลค่าหุ้นที่สูงกว่าตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ. อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า แต่บางหน่วยงานยังคงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ที่คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดี.

เทคโนโลยี AI: แรงขับเคลื่อนและจุดเปราะบางใหม่

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก. รายงานจาก CNBC ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์. อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่เริ่มแสดงความกังวลว่างานของตนอาจถูกแทนที่ด้วย AI.

นอกจากนี้ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่จีนอาจบุกไต้หวันในปี 2027 ซึ่งเป็น “จุดล้มครืน” ของเศรษฐกิจยุค AI เนื่องจากไต้หวันผลิตชิปขั้นสูงเกือบทั้งหมดของโลก (ประมาณ 90-97%). Bloomberg Economics ประเมินว่า หากเกิดความขัดแย้งดังกล่าว ความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกอาจสูงเกินกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ. ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า OpenAI ไม่พอใจกับชิปปัญญาประดิษฐ์รุ่นล่าสุดบางรุ่นของ Nvidia และได้เริ่มมองหาทางเลือกอื่นมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม AI ซับซ้อนยิ่งขึ้น.

โดยสรุปแล้ว ตลาดโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง นโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนของสหรัฐฯ ทิศทางดอกเบี้ยที่ยังคงสูง และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อนำทางเศรษฐกิจโลกผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางนี้.