อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกตึงเครียด ตะวันออกกลางเดือด! สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ฉุดตลาดน้ำมันผันผวน ขณะที่ กนง. เซอร์ไพรส์ลดดอกเบี้ยพยุงเศรษฐกิจไทย
สถานการณ์ข่าวทั่วโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องต้นเดือนมีนาคม 2569 เต็มไปด้วยความผันผวนและความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางที่จุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่จากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์โลก ขณะเดียวกัน นโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าและผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อตลาดแรงงาน ด้านเศรษฐกิจไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ตะวันออกกลางเดือดระอุ: สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน อิหร่านตอบโต้รุนแรง
สำนักข่าว Reuters และ CNBC รายงานว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างมาก เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการโจมตีของอิสราเอลในกรุงเตหะราน โดยมีรายงานกลุ่มควันลอยขึ้นจากใจกลางเมือง ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในหลายประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย เช่น กาตาร์ คูเวต จอร์แดน บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิรัก เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นการเดิมพันด้านนโยบายต่างประเทศครั้งสำคัญที่สุดของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเขาอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อป้องกันภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากระบอบอิหร่านและสกัดกั้นการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ประธานาธิบดีตุรกี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ได้ออกมาประณามการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่านว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิหร่านและคุกคามสันติภาพของประชาชน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นยังสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อตลาดน้ำมันทั่วโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก มีความเสี่ยงที่จะถูกปิดกั้น โดยเจ้าหน้าที่ภารกิจกองทัพเรือสหภาพยุโรปเปิดเผยว่าเรือหลายลำได้รับสัญญาณจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แจ้งว่า “ไม่มีเรือลำใดได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”
นโยบายเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ: ภาษีใหม่และงบประมาณกลาโหม
ในสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศถึง “ยุคทองของอเมริกา” และให้คำมั่นว่าจะผลักดันงบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ในปีงบประมาณหน้าให้สูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 50% จากปี 2569 โดยระบุว่าจะนำรายได้จากภาษีศุลกากรมาใช้เป็นแหล่งเงินสนับสนุน อย่างไรก็ตาม นโยบายภาษีของทรัมป์ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความปั่นป่วน หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้บางส่วนของเขา แต่ทรัมป์ยังคงยืนยันอำนาจในการปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% และอาจมีมาตรการภาษีเพิ่มเติมในอนาคต การเคลื่อนไหวนี้สร้างความกังวลให้กับยุโรป โดยรัฐสภายุโรปได้ประกาศชะลอการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐฯ ก็กำลังเดินหน้าเรียกร้องขอคืนภาษีที่จ่ายไปแล้วกว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจาก AI
ด้านนโยบายการเงินโลก ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณระมัดระวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนมกราคมจะดีกว่าคาด ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ โดยประธาน ECB คริสติน ลาการ์ด ย้ำว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจเป็นรายประชุม และตลาดไม่ควรคาดหวังการลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป ส่วนธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนเศรษฐกิจและเสถียรภาพค่าเงิน
ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย CNBC รายงานว่า OpenAI ได้ปรับลดประมาณการค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานลงจาก 1.4 ล้านล้านดอลลาร์เหลือประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 นอกจากนี้ รายงานวิจัยยังชี้ว่ากระแส AI อาจทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้นถึง 10% ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงิน ปรับตัวลดลงอย่างหนัก
เศรษฐกิจไทย: กนง. ลดดอกเบี้ยเหนือคาดหมาย
สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยมีผลทันที เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดส่วนใหญ่ โดยมีเหตุผลหลักมาจากเศรษฐกิจไทยที่ยังคงขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้น การหดตัวของสินเชื่อ และความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน กนง. คาดหวังว่าการลดดอกเบี้ยจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือน
ตลาดหุ้นไทยตอบรับเชิงบวกต่อข่าวการลดดอกเบี้ย โดยดัชนี SET ปิดบวกอย่างร้อนแรงกว่า 25 จุดในวันที่มีการประกาศ ขณะที่ค่าเงินบาทที่ก่อนหน้านี้แข็งค่าขึ้นตามราคาทองคำและเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้า ก็กลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังการปรับลดดอกเบี้ย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 30.70-31.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ
โดยสรุปแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ตลาดโลกและภูมิภาคต่าง ๆ เผชิญกับความท้าทายที่หลากหลาย ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าที่ไม่แน่นอน และการปรับตัวของเศรษฐกิจภายใต้แรงกดดันใหม่ ๆ ซึ่งต้องจับตาดูทิศทางอย่างใกล้ชิดต่อไป.

















